อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง” เผยแพร่วันที่ 30 เมษายน 2568
- Daodexinxi

- 30 เม.ย. 2568
- ยาว 1 นาที
“ศรัทธา” คือต้นธารแห่งเต้า เคารพต่อ “6 ปฏิบัติ” (ไป๋กู่)

ตอนจบ…
สำหรับฉันแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการฝึกเต้นรำ รำมวย กายบริหารและการนั่งสมาธิ เป็นจุดอ่อนที่สุด ด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งตึง และความไม่สมดุลของจิตใจและร่างกาย ทุกครั้งที่ฝึก จะมีแรงต่อต้านภายในจนไม่อยากที่จะฝึกต่อไป แต่ฉันก็พบว่าสาเหตุที่แท้จริงคือ ความ"ศรัทธา" ที่ยังหยั่งได้ไม่ลึก ไม่บริสุทธิ์และไม่จริงใจพอ จึงเข้าใจถึงประโยคที่ว่า “ศรัทธา” คือต้นธารแห่งเต้า ฉันได้ย้อนถามตนเองว่า หากยังไม่สามารถชนะใจตนเอง ยังปล่อยให้ความเกียจคร้าน ความกลัว ความเคยชินเดิมมาฉุดรั้ง แล้วฉันยังจะไปหวังสิ่งภายนอกได้อีกนานเท่าไหร่?
หากไม่อดทนต่อความยากลำบากในการฝึกฝน เราจะต้องลิ้มรสกับชีวิตที่ลำบากอย่างแน่นอน ฉันเริ่มฝึกวันละ 2-3 ชั่วโมง จนค่อย ๆ เพิ่มขึ้นถึง 5 ชั่วโมง สองอาทิตย์แรกเหมือนถูกขังอยู่ในเตาหลอม ความคิด สภาวจิต ความกลัว และอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ล้วนพุ่งพล่านไปมา
ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจต่อเพื่อนร่วมฝึกปฏิบัติที่เป็นกระจกเงาสะท้อนให้ฉันเห็นตนเอง หากฉันที่เป็นผู้นำทำได้ถึง10 คะแนน ผู้เป็นนักเรียนอาจจะได้เพียง 1 คะแนน ดังนั้น ฉันจะต้องเอาตนเองเป็นแบบอย่างให้พวกเขาได้เห็น ได้เรียนรู้ นี่เป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้นของความเป็นครูบาอาจารย์ ฉันต้องขอขอบคุณอาจารย์หยางและอาจารย์ฉวี มาณที่นี้ด้วย ที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจ และมอบความรักเมตตาอันยิ่งใหญ่แก่ฉัน โดยที่ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
เมื่อเผชิญกับผู้อุปถัมภ์ชีวิต มีผู้คนไว้วางใจฉัน จึงมอบลูกหลานให้ฉันดูแล และต้องเผชิญกับอาจารย์ทั้งสองท่าน อาจาร์หยางและฉวี ผู้คอยเดินเคียงข้างและให้กำลังใจฉัน ฉันยิ่งรู้สึกถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ มีทางเดียวที่จะตอบแทนผู้เป็นพ่อแม่ได้ คือฉันต้องชนะใจตนเอง มีจิตอันสมบูรณ์แข็งแรง เมื่อปัญหามาเยือนก็ต้องแบกรับ เมื่อปัญหาผ่านไปแล้ว ก็ต้องวางลง เมื่อแบกรับได้ คือผู้มีฝีมือจริง เมื่อวางลงได้ คือผู้มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ฉันต้องกลายเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะนั่นคือการสอนที่ทรงพลังที่สุด ในชีวิต แต่ละคนล้วนพบเจออุปสรรค หากแบกรับไม่ได้ ชีวิตก็ย่ำอยู่กับที่ หากแบกรับไหว อุปสรรคเหล่านี้ได้กลายเป็นหยกอันล้ำค่าของชีวิต พลังชีวิตอันทรหดอดทนมิได้มีมาแต่กำเนิด จะต้องผ่านวันเวลาในการหลอมหล่อจิตใจ สักวันหนึ่ง จะเปล่งประกายออกมาโดยธรรมชาติ
เมื่อฉันฝึกเต้นรำ รำมวยกายบริหาร นั่งสมาธิและร้องเพลง สิ่งเหล่านี้ได้ทำให้ฉันเข้าใจ “เต้าเต๋อจิง” ในระดับลึกลงไปอีกขั้น ฉันเริ่มเห็นว่า ท่ากระทำที่ดูเหมือนง่ายแต่ฝึกยากนั้น ล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ มันคือการประสานระหว่างกาย ใจและธรรมชาติไว้ด้วยกัน ท่ากระทำที่ฉันเคยทำผิดพลาดบ่อย ๆ สะท้อนให้เห็นถึงความผิดเพี้ยนของชีวิตที่ไม่สอดคล้องกฎธรรมชาติ และเมื่อตระหนักรู้ถึงสิ่งนี้ ก็จะเกิดความละอายใจและสำนึกรู้อย่างจริงแท้
ฉันค่อย ๆ เรียนรู้ว่า ทุกท่า ทุกจังหวะ ทุกการฝึกนั้น สะท้อนสภาวะภายในของเราในปัจจุบัน มันเชื่อมโยงระหว่างตน กับผู้อื่น กับสิ่งแวดล้อม กับธรรมชาติ และกับเต้า ประสบการณ์นี้ทำให้ฉันได้เห็นตัวเองชัดขึ้น ค่อย ๆ ชนะตนเองได้ลึกขึ้น และค่อย ๆ สัมผัสถึงการเชื่อมโยงกับเต้าอย่างแท้จริง เพราะมหันตภัยของชีวิตไม่ใช่ความยากลำบากภายนอก แต่คือการใช้ชีวิตที่ "สวนทางกับเต้า" และพลังที่แท้จริงของมนุษย์ คือการใช้ชีวิตอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ ผู้มีปณิธานที่มีเต้าย่อมชนะโดยไม่ต้องรบ
"หกปฏิบัติ" และ ของขวัญ "หกสิบล้าน" คือต้นแบบของเต้า คืออาวุธของราชา คือบันไดของอริยบุคคล ยิ่งมีศรัทธา ยิ่งลงมือทำจริง พลังเชื่อมกับเต้าก็ยิ่งลึกซึ้ง เมื่อเรามีความจริงใจแน่วแน่ เต้าก็จะปรากฏอย่างแท้จริง
ประสบการณ์ในครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนและแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของฉันอย่างแท้จริง ฉันจึงมั่นใจและมีจิตตั้งมั่นว่า ฉันจะยืนหยัดทำอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เพื่อที่จะสร้างแรงบันดาลใจ คอยจูงมือและเดินเคียงข้างไปพร้อมกับผู้ที่ร่วมชะตาชีวิตกับฉันและเยาวชนทั้งหลาย อีกทั้งยังจะสามารถนำพาการปรองดองกายใจ ปรองดองครอบครัว ปรองดองการงาน และปรองดองสังคม ไปสู่การสร้างสรรค์และการโน้มนำในระดับที่สูงยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ฉันก็จะพิสูจน์ว่า หากเยาวชนได้รับการหล่อหลอมคุณสมบัติขั้นเทพอย่างต่อเนื่อง เรียนรู้และเข้าใจในกฎแห่งเต้าอย่างลึกซึ้ง ก็จะสามารถเอาชนะและก้าวผ่านความวุ่นวาย อุปสรรค ความท้าทาย ความผิดหวังจากความล้มเหลว และสิ่งเย้ายวนท่ามกลางกระบวนการเติบโตได้อย่างมั่นคง จนสามารถอยู่ห่างจากคน เรื่องราว และสิ่งที่ไม่ดี พร้อมทั้งเข้าใกล้และเรียนรู้จากคน เรื่องราวและสิ่งที่ดี พวกเขาจะขัดเกลาและหลอมหล่อคุณสมบัติที่ดี เช่น การมีวินัยในตนเอง การเคารพตนเอง การตื่นรู้ในตน การมีจิตสำนึกและพลังในการพัฒนาตนเองอย่างเข้มแข็ง เรียนรู้ในการก้าวข้ามตัว “ฉัน” และเชื่อมโยงกับภารกิจ ปรองดองกายและใจ ครอบครัว และสร้างรากฐานให้ธุรกิจการงาน และสังคม และท้ายที่สุด ก็จะบรรลุถึงความสำเร็จในระดับที่สูงยิ่งขึ้น และสื่อเชื่อมกับฟ้าดินที่ ทะนุถนอมโลกใบนี้ ดุจทะนุถนอมร่างกายตน คนทั่วหล้าจึงมอบโลกใบนี้ให้เขาดูแล
ช่วงนี้ ฉันได้สัมผัสประโยคนี้ได้อย่างลึกซึ้ง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันในการก้าวเดินต่อไปด้วยจิตและการกระทำเป็นหนึ่งเดียว มีความวิริยะอุตสาหะ สำนึกบุญคุณอยู่เสมอ สร้างจิตที่มีความรักดั่งฉันพี่ฉันน้อง สร้างรากฐานของความจงรักภักดี และการกระทำด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นราชาแห่งสายน้ำนับพันหมื่น ให้กำเนิดและหล่อเลี้ยงสรรพสิ่งโดยไม่แย่งชิง อุทิศตนเพื่อปวงชน เมื่อทำได้ถึงสภาวธรรมนี้ได้ เต้ายิ่งใหญ่จะประจักษ์แก่สายตา
ผู้รู้จริง จึงลงมือจริง ระดับของการรับรู้อยู่สูงเพียงใด ระดับของการกระทำก็สูงเพียงนั้น เมื่อผสมผสานการรับรู้และการกระทำเป็นหนึ่งเดียว มีความมุ่งมั่น ยึดมั่นในวิถีอันยิ่งใหญ่ คนทั้งโลกจะพึ่งพาและดำเนินรอยตาม จึงปลอดภัยและสงบสุขอันผิงไท่
ไป๋กู่




ความคิดเห็น