วารสารการประยุกต์ใช้คัมภีร์เต้าเต๋อจิง
About
การประยุกต์ใช้คัมภีร์เต้าเต๋อจิงไม่ใช่การปิดประตูห้องโดยฝึกฝนอยู่คนเดียว แต่เป็นการฝึกฝนสร้างความปรองดองของครอบครัว ธุรกิจ สังคม ประเทศชาติ และสรรพสิ่งทั่วโลก เป็นการร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับชะตากรรมของโลกใบนี้

ด้วยวิธีที่น่าทึ่งมหัศจรรย์ การสนทนากับตนเองผ่านการเขียนจดหมาย
1 เดือน 1 ฉบับ กลายเป็น สนามแม่เหล็กของฟ้าดินการแบ่งปัน
“จดหมาย 1 เดือน 1 ฉบับ” ทุกเดือน ให้เขียนความในใจหลังจากประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ให้เรื่องราวที่ผ่าน
การประยุกต์ใช้คัมภีร์เต้าเต๋อจิง ไปสร้างความอบอุ่นให้ผู้คน สร้างคุณูประโยชน์แก่สังคม สุดท้ายกลายเป็นสนามแม่เหล็กที่เปี่ยมด้วยฮวงจุ้ยที่ดี จดหมาย 1 เดือน 1 ฉบับ คือ หนังสือบันทึกประวัติการเปลี่ยนแปลงของชีวิตตนอีกทั้งยังเป็นคู่มือช่วยชี้แนะทุกคนในระหว่างการฝึกฝน จดหมายแต่ละฉบับจะผ่านการกลั่นกรองจากทีมบรรณาธิการด้วยความรักและห่วงใย
เพื่อให้การดำเนินการจัดทำวารสารเรื่องราวการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
การศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์เต้าเต๋อจิง จึงแต่งตั้งกองบรรณาธิการจัดทำวารสาร การศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์เต้าเต๋อจิง โดยรวบรวมบทความการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ของสมาชิกผู้ร่วมฝึกปฏิบัติที่ส่งมาในแต่ละเดือน ตรวจแก้ คัดเลือก หรือควบคุมเนื้อหาและภาพทั้งหมด ที่จะตีพิมพ์ และเผยแพร่หรือส่งกลับไปยังผู้เขียน ให้แล้วเสร็จ และรายงานให้อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ ประธานมูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล พร้อมทั้งส่งกลับให้กับสมาชิกที่ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จดหมายที่มีเรื่องราวจริงที่สามารถไปกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนในการปรับเปลี่ยนตนเอง สังคม จะนำไปเผยแพร่เพิ่มเติมผ่านเว็ปไซต์ของ
https://daodexinxith.wixsite.com/home
เพื่อเป็นประสบการณ์ตัวอย่างในการประยุกต์ใช้คัมภีร์เต้าเต๋อจิง
ให้เกิดประโยชน์ ความสุข และสันติสงบสุขของมวลมนุษยชาติต่อไป
วัตถุประสงค์
-
เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ บทความเรื่องราวการประยุกต์ใช้คัมภีร์เต้าเต๋อจิงในชีวิตจริง
-
เพื่อเป็นการสนทนาระหว่างตัวตนเองและจิตของผู้เขียนและเป็นเวทีการแบ่งปันประสบการณ์หลังจากได้ประยุกต์ใช้ “เต้าเต๋อจิง”
-
เพื่อใช้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงไปกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนในการปรับเปลี่ยนตนเอง สังคม เพื่อให้เกิดสันติสุขแก่ตนเอง ครอบครัว สังคม โลก และมวลมนุษยชาติ
ประโยชน์จากการเขียนจดหมาย 1 เดือน 1 ฉบับ
-
ช่วยให้รู้จักสำรวจตนเองจนกลายเป็นความเคยชิน หากไม่มีการสำรวจตนเอง ก็จะไม่มีการตระหนักรู้ ไม่รู้กมลสันดาน หรือความบกพร่องของตนเอง จึงไม่เกิดปัญญา
-
สามารถชำระล้างความคิด การกระทำที่ไม่สอดคล้องเต้าได้ในทันที เปรียบเสมือนเป็นการล้างขยะข้อมูลในเครื่องมือถือออกไปให้หมด ให้เข้าถึงจิตส่วนลึกของตน สนทนากับจิตภายใน ชำระล้างสิ่งอุดตัน กายใจกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ความสัมพันธ์หวนกลับมากลมเกลียวอีกครั้ง
-
เผยแผ่ความรักออกไป เมื่อเขียนจดหมายด้วยความจริงใจ เขียนเรื่องของการตื่นรู้ ในระหว่างการเรียนรู้ ในระหว่างการรับใช้เพื่อการปรองดองของครอบครัว การงาน และสังคม สำหรับตัวเอง คือการพัฒนา สำหรับผู้อื่น คือการได้รับความอบอุ่น ได้รับการหล่อเลี้ยง จนกระทั่ง ถูกกระแทกเข้าไปในจิต
-
ช่วยกระตุ้นและพัฒนาชีวิตให้เติบใหญ่
คำชี้แนะวิธีการเขียนจดหมายให้ดี
-
บอกเล่าตามความจริง โดยเขียนเรื่องราวความเป็นจริงหลังจากได้ประยุกต์ใช้ “เต้าเต๋อจิง”ในชีวิตจริง และแบ่งปันผลลัพธ์
ตลอดจนคติสอนใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ -
เขียนถึงเรื่องราวที่มีอารมณ์ความรู้สึก ที่ซาบซึ้งใจ โดยเขียนเรื่องราวที่ส่งผลกระทบกับชีวิตจริง ยังไม่ต้องคิดถึงโครงร่าง
ของเรื่อง หรือหลักไวยากรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องทิ้งวิธีการคิดแบบตรรกะออกไป แล้วเขียนความในใจออกมาก็พอ
เพราะเป้าหมายของการเขียนจดหมายก็เพื่อสำรวจตนและแก้ไขทันที ไม่ใช่การแข่งขันในการเขียนบทกวี -
เขียนเรื่องราวของการยกระดับการตระหนักรู้ หรือการเปลี่ยนแปลงของจิต หรือเขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเดือนนี้ ประเด็นสำคัญ
คือเขียนบทความที่ได้ยกระดับการพัฒนาของตน ไม่ใช่แค่เล่าเรื่องราวและประสบความสำเร็จเท่านั้น -
เขียนทันทีที่พบเจอเหตุการณ์ที่พิเศษกว่าปกติประจำวัน ชีวิตคนเราเต็มไปด้วยเรื่องราวที่หลากหลายตระการตา และน่าทึ่งมหัศจรรย์ เมื่อเห็นอะไรน่าสนใจหรืออะไรที่สร้างแรงบันดาลใจก็บันทึกเป็นไดอารี่ก่อน อย่ารอจนถึงวันสุดท้าย
-
สันทัดในการใช้กระจกเงา ในทุก ๆ เรื่องราวของผู้อื่น ล้วนเป็นกระจกเงาส่องตนเองเสมอ อ่านบทความของเพื่อนสมาชิกคนอื่น
ดูว่าคนอื่นเขียนอะไร เขียนอย่างไร ก้อนหินก้อนหนึ่ง ก็สามารถกลายเป็นหยกอันล้ำค่า
กองบรรณาธิการ ประกอบด้วย
ที่ปรึกษา
-
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ
บรรณาธิการประจำฉบับ
-
รองศาสตราจารย์ ดร.กุหลาบ รัตนสัจธรรม
บรรณาธิการ
-
คุณธนณัฏฐ์ เอื้อธนบูรณ์
-
คุณสรัญญา คุรุศักดาพงศ์
-
คุณจันทร์สุดา พิรุณ
-
คุณเมธี เกียรติก้องขจร
-
คุณพร้อมพรรณ อริยฉัตรกุล
-
พญ.ปุณฑริกา พันธุ์โกศล
-
คุณงามภา ฐิติพรรณกุล
-
คุณสุรัสวดี ธารสิริโรจน์
-
คุณนิตยา หินทอง
-
ภญ.วรรณี กีรติเตชากร
-
คุณบุณยศา ตัณศิริภัทร
-
คุณรวิณัฏฐ์ จิตรดาอ่อนน้อม
-
คุณอธิสาร์ เตชะคุณบัณฑิต
(มีหน้าที่ตรวจคัดกรอง และให้ข้อเสนอแนะในการเขียนบทความให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะในการเขียนบทความ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน)
-
ผศ.ดร.ฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ์
-
คุณธีรพงศ์ เตชะคุณบัณฑิต
-
คุณเจริญรัตน์ จันทวงษา
-
พญ.เจนอารียา เมธีภาคย์
-
รศ.ดร.จิตตินันท์ บุญสถิรกุล
-
คุณจันทร์ฉาย หวันแก้ว
-
คุณอัจฉราวดี สุวัณณาคาร
-
คุณพจนา เทียนธาดา
-
คุณสุธินี เทียนธาดา
-
คุณชมนภา ปิติภากร
-
คุณยุพดี ชื่นสุขสมหวัง
-
คุณศศิธร จันทร์ผ่องแสง
ติดต่อกองบรรณาธิการ
มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อซิ่นซีสากล
ที่อยู่ : เลขที่ 75/60 อาคารริชมอนด์ชั้น 17 ซ.สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม.10110
ทีมกลั่นกรองและประสานผู้เขียน
คุณธนณัฏฐ์ เอื้อธนบูรณ์ โทร 089 923 3629
คุณพร้อมพรรณ อริยฉัตรกุล โทร 081 174 7843
คุณศศิธร จันทร์ผ่องแสง โทร 065 993 2932
(มีหน้าที่ในการรวบรวมผลการพิจารณาจากบรรณาธิการผู้ทรงคุณวุฒิและส่งปรับแก้ไข ให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะบรรณาธิการผู้ทรงคุณวุฒิหรือส่งแปลในกรณีไม่มีแก้ไข หรือปรับแก้ไขเรียบร้อยแล้ว)
ผู้เรียบเรียงและจัดรูปเล่ม
คุณอธิสาร์ เตชะคุณบัณฑิต
(มีหน้าที่ในการจัดสรรส่งเรื่องที่ผู้เขียนส่งมา ให้บรรณาธิการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา ในแต่ละทีมงาน เรียงตามลำดับการส่งก่อนหลัง และรับบทความที่ปรับแก้ไขเรียบร้อย พร้อมทั้งจัดทำเป็นรูปเล่ม เพื่อตอบกลับไปยังผู้เขียนบทความทุกคน)
E-mail : daoxin.contact@gmail.com
เกณฑ์การพิจารณาบทความ
1.ขั้นตอนของการพิจารณาบทความ
บทความต้องส่งเข้า e-mail: daoxin.contact@gmail.com
หรือทาง LINE : “ส่งจดหมายเดือนละฉบับ” ภายในเที่ยงคืนของวันที่ 15 ของแต่ละเดือน กองบรรณาธิการจะพิจารณาเสนอผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) พิจารณาบทความจำนวน 3 ท่าน และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เขียนบทความเรื่องราวการประยุกต์ใช้คัมภีร์เต้าเต๋อจิงในชีวิตจริงทราบภายในวันที่ 19 ของแต่ละเดือน สำหรับบทความที่ผ่านการกลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้วจะแปลส่งให้ท่านอาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ ท่านที่ปรึกษาฯ พิจารณาพร้อมกับทีมกลั่นกรองและประสานผู้เขียนเพื่อจัดลำดับ และลงตีพิมพ์ลงในวารสารเพื่อเผยแพร่ต่อไป ในส่วนของการจัดส่งฉบับรวมเล่ม พร้อมคำอำนวยพรจากอาจารย์จ้าว จะส่งให้ผู้เขียนบทความทาง E-mail ในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป บทความที่สร้างแรงบันดาลใจสูงจะเผยแพร่ผ่านทาง เว็ปไซต์ของ https://daodexinxith.wixsite.com/home
2.เกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาบทความ
บทความนี้เป็นบทความที่เขียนจากประสบการณ์จริง ของผู้เขียน ที่ได้พบในชีวิตประจำวัน ที่มีประโยชน์ เกี่ยวกับการงาน ความสัมพันธ์กับผู้คนและครอบครัว สุขภาพ คติธรรมการดำเนินชีวิต หรือข้อคิดที่ได้จากการศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์
“เต้าเต๋อจิง”และมีลักษณะสำคัญดังนี้คือ
2.1 มีสาระที่ให้ข้อคิด และให้ประโยชน์แก่ผู้อ่าน สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ให้พลังบวกแก่ชีวิต เตือนสติเตือนใจ และรังสรรค์ชีวิตใหม่ให้แก่ผู้อ่าน
2.2 ไม่อ้างอิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์และการเมือง
2.3 ไม่พาดพิงถึงผู้อื่น หรือทำให้เกิดความรู้สึกทางลบ
2.4 เป็นบทความที่เหมือนกระจกส่องเปรียบเทียบตน หาบทเรียน ซึ่งกันและกันจะปฏิบัติตนถึงขั้นสืบสานการรู้เหตุรู้ผลและมองการณ์ไกลของเต๋า
2.5 มีการยกตัวอย่างประสบการณ์ พร้อมกับการดึงเนื้อหาในคัมภีร์เต้าเต๋อจิง หนังสือใจถาม-เต้าตอบ บทที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นเนื้อหาจากคำอำนวยพรจากอาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ หรือจากหนังสือเต้าซิ่นเล่มต่างๆ ที่มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากลได้จัดทำขึ้น แล้วนำมาเขียนพรรณนา ให้ผู้อ่านเข้าใจ โดยข้อความที่ยกมาให้ใส่ไว้ในเครื่องหมายคำพูด หลังจากนั้นจึงอธิบายให้เห็นความเชื่อมโยงกับเนื้อหาที่ยกมาประกอบนั้น
3.ข้อเสนอแนะในการเขียนบทความ
เนื้อหาที่ปรากฏในบทความ ควรมีการแบ่งเนื้อหาเป็น 4 ส่วน จำนวนหน้า 1- 4 หน้า ประกอบด้วย 1.ชื่อเรื่อง เป็นส่วนที่สื่อให้ทราบว่า เรื่องนี้ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอะไร อ่านแล้วชวนติดตามให้อ่านเนื้อหาภายในที่ชัดเจน 2. ส่วนนำ เป็นส่วนที่เขียนพรรณนาถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ต้องการสื่อสารให้ผู้อ่านได้รับทราบ มีการเรียบเรียงให้ต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้น ของเหตุการณ์ ไล่เลียงมาจนถึงประเด็นสำคัญของเหตุการณ์ และผลสืบเนื่องทั้งทางดี และทางที่สร้างให้เกิดปัญหา
3.ส่วนการประยุกต์ใช้คัมภีร์เต้าเต๋อจิง เป็นส่วนที่เขียนถึงการนำคัมภีร์เต้าเต๋อจิงในบทที่เกี่ยวข้อง โดยระบุชื่อบท หรือส่วนของเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ใส่ส่วนที่อ้างอิงเนื้อหาไว้ในเครื่องหมายคำพูด “..........” แล้วอธิบายว่า ประเด็นเนื้อหานั้น ใช้ในการแก้ไขปัญหาอย่างไร หรือส่วนของเนื้อหานั้นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ผู้เขียนประสบอย่างไร พยายามเขียนให้กระชับ อย่ายืดเยื้อ อย่าให้มีคำฟุ่มเฟือย จะทำให้บทความน่าสนใจ ชวนติดตาม และ 4. ส่วนสรุป เป็นส่วนที่เขียนสรุปว่า เกิดเหตุการณ์อะไร แล้วใช้คัมภีร์บทใด หรือเนื้อหาใดในการเตือนสติให้เปลี่ยนจากเหตุการณ์ร้ายเป็นเหตุการณ์ดี และสรุปประเด็นให้ผู้อ่านเกิดแรงบันดาลใจ หรือตัวแบบที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไปได้






