สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569
🌹ยิ่งต้องการยืดตัวสู่เบื้องบนมากเพียงใด ก็ยิ่งต้องหยั่งรากลงเบื้องล่างให้ลึกมากเพียงนั้น

ต้นฉบับ “ผู้เขย่งเท้า ยืนได้ไม่มั่นคง ผู้สาวเท้า เดินได้ไม่ไกล”
ประโยคนี้หมายความว่า เมื่อเขย่งปลายเท้าก็จะยืนได้ไม่มั่นคง เมื่อสาวเดินด้วยก้าวที่ยาวเกินไป ย่อมไม่สามารถเดินต่อไปได้ยาวนาน ดังนั้นจึงกล่าวว่า “ผู้เขย่งเท้า ยืนได้ไม่มั่นคง ผู้สาวเท้า เดินได้ไม่ไกล”
บทที่ 26 กล่าวว่า “ความหนักเป็นพื้นฐานแห่งความเบา ความสงบนิ่งเป็นตัวสยบความหุนหันพลันแล่น” การเขย่งเท้าเพื่อต้องการแสวงหาสิ่งที่สูงยิ่งขึ้น เป็นลักษณะของการยืนที่ผิดแผกจากธรรมชาติ จึงไม่สามารถตั้งมั่นอยู่กับปัจจุบันขณะได้ ทันทีที่ความคิดปรุงแต่งเช่นนี้เกิดขึ้น ก็ได้ตีตัวออกห่างจากสภาวะธรรมชาติของเต้าแล้ว ภายนอกดูเหมือนกำลังแสวงหาอนาคตอันสูงไกล แต่แท้จริงกลับเป็นการสละความสงบนิ่งมั่นคงของปัจจุบันขณะต่างหาก
บทที่ 59 กล่าวว่า “นี่คือรากฐานอันมั่นคง เป็นหนทางสู่ความยั่งยืนนิรันดร์” “ผู้ที่เขย่งเท้า” และ “ผู้ที่สาวเท้า” ล้วนมิใช่สภาวะปกติ หากทำเป็นครั้งคราวก็พอฝืนทำได้ แต่หากต้องการรักษาสภาวะเช่นนี้ไว้เป็นเวลานาน ย่อมยากที่จะดำเนินต่อไปได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นสภาวะที่ไม่สอดคล้องกับเต้า แท้จริงแล้ว หากต้องการยืนหยัดให้มั่นคงก็ต้องยืนอยู่บนพื้นอย่างมั่นคง หากต้องการก้าวเดินอย่างมั่นคงและไปได้ไกล ก็ต้องก้าวไปทีละก้าวอย่างรอบคอบและมั่นคง ทุกชีวิตล้วนมีราก ยิ่งต้องการยืดตัวสูงขึ้นมากเพียงใด ก็ยิ่งต้องหยั่งรากลงให้ลึกมากเพียงนั้น
“ผู้เขย่งเท้า ยืนได้ไม่มั่นคง ผู้สาวเท้า เดินได้ไม่ไกล” คือกระจกส่องใจ ดังนั้น เราจึงต้องฝึกจิตแห่ง “การยอมรับปัจจุบันขณะ” ให้ได้ อดีตได้ผ่านพ้นไปแล้ว อนาคตก็ยังมาไม่ถึง สิ่งที่มีความหมายที่สุดมีเพียงปัจจุบันขณะเท่านั้น เมื่อยอมรับปัจจุบันขณะ ก็ยิ่งสามารถรวบรวมสมาธิทำให้ทุกขณะเปล่งประกายออกมา “อนาคต” ประกอบขึ้นจากปัจจุบันในทุก ๆ ขณะ เมื่อปัจจุบันขณะดี อนาคตจึงจะดี ระหว่างฟ้าดิน เมฆไม่อาจอิจฉาภูเขา ภูเขาย่อมไม่แก่งแย่งกับสายลม สรรพสิ่งต่างมีตำแหน่งหน้าที่ของตน ชีวิตไม่มีคำตอบมาตรฐาน การเห็นคุณค่าและถนอมปัจจุบันขณะก็คือคำตอบที่ถูกต้อง
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง 7 พฤศจิกายน 2569 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น