สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 7 กรกฎาคม 2568
- ไปไหนก็ไป Entertainment
- 7 ก.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
🌹น้ำในความธรรมดาสามัญที่สุด กลับแบกรับเต้ายิ่งใหญ่ไว้
เมื่อความยึดติดสลายไป ชีวิตก็จะเปิดสู่โลกใหม่
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

เนื้อหา "ความดีสูงสุดเหมือนดั่งน้ำ"
ประโยคนี้มีความหมายว่า ความดีที่อยู่ในสภาวธรรมสูงสุด เปรียบได้ดั่งน้ำ ทำความดีโดยไม่ยึดติดในรูปแบบใด ๆ กลับยืดหยุ่นได้มากยิ่งขึ้น ทำความดีโดยไม่โอ้อวด การเจริญเติบโตกลับถูกขับเคลื่อนมากยิ่งขึ้น ทำความดีโดยไม่ยึดติดในผลงาน บุญกุศลจึงฝังลึกและมั่นคง นี่แหละคือ “ความดีสูงสุดเหมือนดั่งน้ำ”
เหตุใดจึงบอกว่า “ความดีสูงสุดเหมือนดั่งน้ำ” ประโยคนี้คือ “กระจกส่องจิต” ที่ท่าน เหลาจื่อตั้งใจมอบให้แก่ชาวโลก เพื่อทำลายการยึดติดในรูปแบบที่เห็นและจับต้องได้ อีกทั้งยังช่วยสลายความยึดติดที่ไร้รูปในใจคน
ข้อ 1. เมื่อเข้าใจ “ความดีสูงสุดเหมือนดั่งน้ำ” ก็จะก้าวข้าม
รูปแบบหรือพิธีการทั้งปวง การเคลื่อนไหวของจักรวาลนั้น แท้จริงคือการไหลเวียนของพลังงานที่ไร้รูปและไร้ลักษณะ แต่เพราะมองไม่เห็นและมิอาจอธิบายได้ ท่านเหลาจื่อจึงใช้ “น้ำ” มาเปรียบเทียบ เพราะถึงแม้น้ำจะมีรูปร่าง แต่ลักษณะการไหลของน้ำกลับใกล้เคียงกับเต้ามากที่สุด น้ำไม่ยึดติดกับรูปแบบตายตัว จึงสามารถเปลี่ยนแปลงตามภาชนะ และกลมกลืนไปตามสภาพแวดล้อม น้ำก็ไม่ยึดมั่นในตัวตนของตนเอง จึงสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็งเมื่อเย็น และระเหยเป็นไอเมื่อร้อน
พลังของน้ำก็เฉกเช่น “เต้าเต๋อจิง” บทที่ 43 ที่กล่าวว่า “สิ่งที่ไร้รูปย่อมผ่านทะลุสิ่งที่ไร้ช่องว่าง” เพราะไร้รูปลักษณ์ กลับสามารถทะลุผ่านสิ่งกีดขวางที่มีรูปร่างทั้งปวงได้ หากจะเข้าถึงสภาวธรรมเช่นนี้ จำเป็นต้องก้าวข้ามกรอบแห่งทุก ๆ รูปแบบทั้งสิ้น เช่นเดียวกับน้ำ ที่ทั้งไร้รูปและมีรูป ทั้งอ่อนโยนและเข้มแข็ง และทั้งต่ำต้อยและยังเกื้อกูลสิ่งที่สูงกว่าได้ เพราะน้ำไม่ยึดติดกับรูปภายนอก จึงสามารถเคลื่อนไหวทะลุผ่านระหว่าง “มีและไม่มี” อย่างอิสระ และขับเคลื่อนสรรพสิ่งท่ามกลาง “ความเป็นและความตาย”
ข้อ2. เมื่อเข้าใจ “ความดีสูงสุดเหมือนดั่งน้ำ” ก็สามารถสลายความยึดมั่นถือมั่นได้
คำว่า “ความดีสูงสุด” มิใช่ความดีแบบที่โลกกำหนดไว้ตามสามัญสำนึก แต่คือปัญญาที่อยู่เหนือความขัดแย้งของสองสิ่งตรงกันข้าม เปรียบได้กับน้ำ ที่สามารถหล่อเลี้ยงและหลอมรวมกับสรรพสิ่งในเวลาเดียวกัน และยังถอนตัวกลับเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ขณะไหลเชี่ยวก็สามารถพัดพาและโค่นล้มสิ่งเก่าที่ผุพัง และสิ่งเจือปนจะถูกตกตะกอนลงก้นพื้นเมื่อน้ำสงบนิ่ง น้ำไหลไปทุกหนทุกแห่งโดยไม่เคยคำนึงถึงว่าฉันได้ “เสียสละและอุทิศตน” อย่างไรบ้าง อีกทั้งไม่เคยแบ่งแยกระหว่าง “ตนกับผู้อื่น” หรือ “สูงกับต่ำ” เพียงดำเนินไปตามจังหวะของธรรมชาติและสถานการณ์เท่านั้น การกระทำเช่นนี้ ที่ถูกกำกับด้วยสภาวะ "ไร้อัตตา" แต่กลับเปี่ยมประสิทธิผล นั่นแหละคือ “ความดีสูงสุด”
“เต้าเต๋อจิง” บทที่ 38 กล่าวว่า “ผู้เลิศคุณธรรมไม่ถือตนมีคุณธรรม จึงมีคุณธรรม” การทำความดีที่แท้จริง มิใช่เพียงเปลือกภายนอก แต่เป็นจิตภายใน แต่โดยมากแล้ว ผู้คนมักทำดีเพราะมีจุดมุ่งหมาย บ้างก็เพื่อสะสมบุญหรือเพื่อขอพร บ้างก็เพื่ออวดตนว่ามีความเมตตา หรือไม่ก็เพราะถูกกดดันด้วยศีลธรรมทางสังคม เป็นต้น ดังนั้น การทำความดียังแฝงไว้ด้วยร่องรอยของการยึดติดอยู่ แท้จริงแล้ว “ความดีสูงสุด” ย่อมไร้อัตตา จึงไร้ซึ่งการยึดติด เมื่อใดที่คนคนหนึ่งเลิกพยายามพิสูจน์ความดีของตนออกนอกหน้า แสดงว่าจิตใจอันงดงามของเขาจะหลอมรวมอยู่ในตัวเขาโดยธรรมชาติ ดังนั้น เขาจะกลายเป็นสนามแม่เหล็กที่ชำระล้างสภาพแวดล้อมได้ดีเยี่ยม
“ความดีสูงสุดเหมือนดั่งน้ำ” คือกระจกที่ท่านเหลาจื่อตั้งใจมอบให้ชาวโลก เพื่อให้เราได้มองจิตตนในกระแสน้ำ มองดูความดีของตนถูกยึดติดในรูปแบบหรือไม่ หรือมีสิ่งปนเปื้อนติดมาด้วย เมื่อเราสามารถแยกแยะได้จนทำให้จิตตนใสสะอาด เราก็สามารถทำลายกรอบแห่งรูปแบบและพิธีการ และสลายความยึดมั่นถือมั่นที่ซ่อนลึกอยู่ในใจได้ เมื่อความยึดมั่นถือมั่นนี้ถูกทลายลง ชีวิตเราก็จะเปิดออกสู่โลกใหม่ที่กว้างไกลกว่าเดิม
🌹อรุณสวัสดิ์ ชีวิตนี้ ครึ่งหนึ่งคือความเรียบง่ายของปากท้อง อีกครึ่งหนึ่งคือความฝันอันยิ่งใหญ่ หากหยอดเกลือสักนิด ก็จะเค็ม เหยาะน้ำหวานสักหน่อย ก็จะหวานฉ่ำ จะปรุงรสชาติของชีวิตแบบไหนอยู่ที่มือเรา สวิตช์ของความผาสุก อยู่ในน้ำมือของตน
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น