top of page

สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 16 กรกฎาคม 2568

อัปเดตเมื่อ 18 ก.ค. 2568

🌹ฝึกฝนตนก่อนจึงจะสงบผู้อื่นได้  ปฏิบัติด้วยอู๋เหวยก่อน จึงจะปกครองได้อย่างแท้จริง

หากยังชนะใจตนเองไม่ได้ แล้วจะเอาชนะชะตาได้อย่างไร  

อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ


เนื้อหา “พำนักอยู่ได้ทุกสถานที่”


หมายความว่า ผู้ที่มีความดีสูงสุด ย่อมหลีกเลี่ยงที่อันสูงส่งและมุ่งสู่ที่อันต่ำต้อย อ่อนโยนไม่แย่งชิง เปรียบเสมือนน้ำที่หล่อเลี้ยงผู้อื่น และมักถ่อมตนอยู่เบื้องล่างเสมอ เขาผู้นั้นมีคุณธรรมอันหนาแน่น ไม่ว่าอยู่ที่ใด ก็สามารถกลมกลืนและเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมได้ เขาจะสร้างสนามแม่เหล็กอันทรงพลัง ไปชำระล้างสถานที่รอบข้างได้ นี่แหละคือความหมายของ “พำนักอยู่ได้ทุกสถานที่”


การ “พำนักอยู่ได้ทุกสถานที่” ไม่ได้หมายถึงการแสวงหาทำเลอันสิริมงคลจากภายนอก แต่คือการใช้จิตสร้างสภาพแวดล้อมนั้น ให้คุณธรรมเป็นแม่เหล็กที่แปรเปลี่ยนสภาพแวดล้อม "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 6 กล่าวไว้ว่า “เต้าดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ ถูกขนานนามว่ามารดามหัศจรรย์” ท่ามกลางธรรมชาติ ภูเขาโอบล้อมซึ่งกันและกัน สายน้ำไหลล้อมเลี้ยวไปมา จึงก่อเกิดสายสัมพันธ์อันกลมเกลียว ย่อมส่อให้เห็นถึงหลักการที่ว่า สรรพสิ่งเมื่อคดเคี้ยวไปมาจึงรวมพลังได้ จากนั้น จึงใช้พลังหล่อเลี้ยงมนุษย์ และมนุษย์ก็กลับมาหล่อเลี้ยงพลังเช่นกัน เปรียบดั่งฟ้ากับดินที่บรรจบกัน ทำให้สรรพสิ่งกำเนิดอย่างไม่สิ้นสุด หากมนุษย์มีเต้าอยู่ในใจ จะดำเนินชีวิตด้วยคุณธรรม เขาก็สามารถรวบรวมสนามแม่เหล็กและบ่มเพาะความอบอุ่นต่อสภาพแวดล้อมด้วยพลังจิตของตน พลังแห่ง “จิตเปลี่ยนสภาพแวดล้อม” เช่นนี้ คือเป้าหมายที่แท้จริงของการฝึกฝนตนเอง


แต่หากยังไม่มีพลังจิตพอจะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมได้ ก่อนอื่น ก็ต้องรู้จักเลือกสภาพแวดล้อมที่ดีให้ตนเองเสียก่อน โดยการเลือกสรร 3 กฎเกณฑ์ คือ ระดับสูงสุด พลังชีวิตที่ดีที่สุด และการหยุดยั้ง “ระดับสูงสุด” หมายถึง การเลือกสรรสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดเพื่อกระตุ้นการเติบโตของตนเอง “พลังชีวิตที่ดีที่สุด” คือ ความสงบนิ่งสามารถหล่อเลี้ยงพลังชีวิตของตนได้ดีที่สุด “หยุดยั้ง” หมายถึง การจูงมือและร่วมเดินทางกับกัลยาณมิตรที่คอยช่วยยึดเหนี่ยวเราไว้เมื่อเผชิญสิ่งยั่วยวน และเตือนให้รั้งบังเหียนก่อนตกหน้าผา สภาพแวดล้อมภายนอกคือภาพสะท้อนของจิตภายใน การ “พำนักอยู่ได้ทุกสถานที่” จึงเป็นปัญญาอันล้ำค่าของการฝึกฝนจิต




เนื้อหา “มีจิตว่างเปล่าสงบนิ่ง”


คำว่า “ว่างเปล่าสงบนิ่ง” ในที่นี้หมายถึง “เหวลึก” บ่งบอกถึงความลึกและความนิ่ง เพราะความล้ำลึกสุดหยั่งที่สงบนิ่ง จึงสามารถสะสมพลังได้ น้ำที่ลึกย่อมไม่กระเพื่อมง่าย จิตที่ลึกย่อมมั่นคงไม่หวั่นไหว “สงบนิ่ง” ปัญญาจึงเกิด น้ำที่นิ่งช่วยให้สิ่งสกปรกตกตะกอน จิตที่นิ่งทำให้ปัญญาใสกระจ่าง เมื่อมีทั้งลึกและนิ่ง พลังของ “มีจิตว่างเปล่าสงบนิ่ง” จึงจะปรากฏ


"เต้าเต๋อจิง" บทที่ 4 กล่าวว่า “ดูเหมือนล้ำลึกสุดหยั่ง คล้ายบรรพบุรุษของสรรพสิ่ง” ร่างเต้าว่างเปล่า แต่สามารถโอบอุ้มทั้งฟ้าและดิน จิตของมนุษย์ก็ยิ่งใหญ่เช่นกัน แต่กลับถูกทับถมด้วย “ฉันคิด ฉันอยาก ฉันรู้สึก” จนไม่เหลือที่ว่าง แต่หากจิตไม่ว่าง จะเข้าใกล้เต้าได้อย่างไร


สภาวะของ “จิตว่างเปล่าสงบนิ่ง” ช่วยให้จิตฝึกฝนการชำระล้าง น้ำลึกและนิ่งได้ เกิดจากการสะสมของกาลเวลาทีละน้อย ๆ ส่วนความลุ่มลึกและสงบนิ่งของจิต เกิดจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องทุกวัน “ความลึก” นี้ไม่ใช่การเสแสร้งให้ดูล้ำลึกน่าทึ่ง แต่เป็นเพราะฝึกฝนจนถึงขั้น แล้ว จึงมีรากฐานหนาแน่น มั่นคง และ“ความนิ่ง” นี้ไม่ใช่การกดข่มความคิดฟุ้งซ่านเพื่อนำสู่ความสงบนิ่ง แต่เป็นผลจากประสบการณ์จริงของตน จึงไม่คลางแคลงใจ ดังนั้น อริยบุคคลผู้มีความดีสูงสุด ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดโอ้อวด เพียงใช้การกระทำยืนยันความตั้งมั่นในเต้าต่างหาก


การฝึกฝนวิทยายุทธ์ของการ “มีจิตว่างเปล่าสงบนิ่ง” ต้องเริ่มจากการตั้งมั่นในปัจจุบันขณะ และหมั่นพิจารณาตนเองอยู่เสมอ เมื่อความโลภปะทุ สิ่งที่ต้องฝึกคือสติ เมื่อความโกรธผุดขึ้น การปรับเปลี่ยนความคิดในชั่วแวบนั้น ถือว่ามีฝีมือจริง ผู้ที่รู้จักปราบปรามจิตตนเอง และปฏิบัติดีต่อผู้คนรอบข้าง ย่อมได้รับผลบุญอันยิ่งใหญ่ แท้จริงแล้ว การฝึกฝนหลอมหล่อก็คือการฝึกฝนสภาวะจิตในปัจจุบันขณะ ไม่ใช่การฝึกฝนในอดีตหรืออนาคต เมื่อเราหวนกลับมาจดจ่อกับจิตในปัจจุบันขณะ เราก็จะก้าวข้ามอุปสรรคในขณะนั้นได้ ในชีวิต หากเอาชนะจิตตัวเองไม่ได้ จะเอาชนะชะตาได้อย่างไร


“พำนักอยู่ได้ทุกสถานที่ และมีจิตว่างเปล่าสงบนิ่ง” แสดงถึงการฝึกฝนที่สอดคล้องระหว่างภายในและภายนอก สภาพภายนอกสามารถเปลี่ยนด้วยจิตภายใน และจิตภายในเปรียบดั่งสายน้ำลึกที่ไหลอย่างสงบนิ่ง เมื่อสองคุณสมบัติทั้งนอกและในสอดคล้องกัน วิถีแห่งการฝึกฝนย่อมมั่นคง



🌹อรุณสวัสดิ์ ชีวิตนี้ ครึ่งหนึ่งคือความเรียบง่ายของปากท้อง อีกครึ่งหนึ่งคือความฝันอันยิ่งใหญ่ หากหยอดเกลือสักนิด ก็จะเค็ม เหยาะน้ำหวานสักหน่อย ก็จะหวานฉ่ำ จะปรุงรสชาติของชีวิตแบบไหนอยู่ที่มือเรา สวิตช์ของความผาสุก อยู่ในน้ำมือของตน


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ วันที่  30 พฤษภาคม  2568 🌹🌹🌹



ความคิดเห็น


Dao De Xin Xi logo
เกี่ยวกับเรา

มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล เป็นองค์กรการกุศล

ได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2541

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. การสังคมสงเคราะห์

2. ส่งเสริมการบำบัดโรคต่างๆ โดยวิธีการฝึกสมาธิ

3. ร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชน

    พัฒนาคน ให้มีคุณธรรม มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น

4. ดำเนินการ เพื่อสาธารณะประโยชน์

     

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารทางอีเมล์

© 2019 by Dao De Xin Xi Thailand

bottom of page