สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 31 มกราคม 2569
- ไปไหนก็ไป Entertainment
- 31 ม.ค.
- ยาว 1 นาที
🌹ท่านเหลาจื่อได้รวบรวมสิ่งที่ไม่สามารถสัมผัสด้วยประสาทสัมผัสของมนุษย์ว่าเป็น “ไม่มี” แต่ “ไม่มี” มิได้แปลว่าไม่มีอะไรเลย กระทั่งขอบเขตของ “ไม่มี”ย่อมกว้างใหญ่กว่า “มี” เสียอีก
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

บทสรุป
บทที่14 สภาวะเต้าเลือนราง
จ้องมองแต่มิอาจเห็น เรียกว่า ไร้รูป สดับฟังแต่มิอาจได้ยิน เรียกว่า ไร้เสียง
คลำดูแต่ไม่พบ เรียกว่า ไร้ตัวตน สามสิ่งนี้ อยู่เหนือคำพรรณนาใดๆ
เพราะรวมเป็นหนึ่งเดียว มิอาจแบ่งแยก
อยู่ด้านบนก็มิได้สุกใส อยู่ด้านล่างก็มิได้มืดมิด
เลือนๆ รางๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมิอาจนิยามได้
ย้อนสู่ความว่างเปล่า คือสัณฐานที่ไร้สัณฐาน คือรูปที่ไร้รูป
จึงดูเหมือนดั่งมี ดูเหมือนดั่งไม่มี เมื่อเผชิญหน้า กลับมองไม่เห็นส่วนหัว
ครั้นเดินตามหลัง กลับมองไม่เห็นส่วนหาง
เมื่อยึดหลักเต้าโบราณกาล และนำมาปฏิบัติภารกิจในปัจจุบัน
ย่อมหยั่งรู้ต้นกำเนิดของจักรวาล นี่คือกฎแห่งเต้า
สรุปว่าดังนี้
ท่านเหลาจื่อได้รวบรวมสิ่งที่ไม่สามารถสัมผัสด้วยประสาทสัมผัสของมนุษย์ว่าเป็น “ไม่มี” แต่ “ไม่มี” มิได้แปลว่าไม่มีอะไรเลย กระทั่งขอบเขตของ “ไม่มี”ย่อมกว้างใหญ่กว่า “มี” เสียอีก
เต้าก็คือสภาวะ “ไม่มี” ที่อยู่ในระดับสูงสุด ถึงแม้เราจะไม่รู้สึกว่ามีเต้าดำรงอยู่ แต่เต้าดำรงอยู่จริง เนื้อหาของบทนี้ ท่านเหลาจื่อได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญข้อหนึ่ง คือ คุณลักษณะของเต้านั้น อยู่ในสภาวะของ “ไม่มี” ที่รวมเป็นหนึ่งเดียว แต่จ้องมองก็มิอาจเห็น สดับฟังก็มิอาจได้ยิน คลำดูก็ไม่พบ แต่ความ “ไม่มี” นี้ ไม่ว่าจะอยู่ในมิติที่แตกต่างกัน หรืออยู่ในแต่ละชีวิต ก็จะสวมบทบาทของการสร้างสรรค์อย่างไม่หยุดยั้ง
ท่ามกลางสภาวะของประสาทสัมผัสที่สามารถรับรู้อย่างละเอียดอ่อนและจิตที่บริสุทธ์เรียบง่ายนี้ เราอาจจะสามารถสัมผัสได้ถึงสภาวธรรมอันลี้ลับมหัศจรรย์ของ “ไร้รูปไร้เสียงไร้ตัวตน” ที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง 31 มกราคม 2569 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น