top of page

สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568

🌹 ชีวิตไม่ใช่สนามรบกับโลกภายนอก แต่คือการเดินทางกลับมาสู่จิตเดิมแท้ของตนเอง

อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ


ประโยคสุดท้ายของบทนี้คือ “เหตุเพราะไม่แย่งชิงใคร จึงไม่ผิดพลาด” ประเด็นสำคัญของถ้อยคำนี้คือ ชีวิตมีไว้มิใช่เพื่อขัดแย้งกับโลกภายนอก แต่เพื่อหวนกลับมาพบเจอตัวตนที่แท้จริงอีกครั้ง


1. “การแย่งชิง” คือกมลสันดานที่ฝังแน่น ต้องฝึก “วินัยในตน” จึงจะปรับ

เปลี่ยนได้

"เต้าเต๋อจิง" บทที่ 33 กล่าวว่า “ผู้รู้จักผู้อื่น จึงมีปัญญา ผู้รู้จักตนเอง จึงล้ำเลิศ” มนุษย์ต้องอาศัยหน้าต่างเพื่อมองภายนอก แต่มองตนเองกลับต้องอาศัยกระจกเงา ทุกการขัดแย้ง ล้วนเป็นโอกาสถามใจตนเอง ทุกความล้มเหลวล้วนเป็นเตาหลอมใจ


หัวใจของการฝึกฝน มิได้อยู่ที่การต่อต้านความอยาก แต่อยู่ที่การปรับกมลสันดานเก่า ๆของตน  ความอยากเปรียบเสมือนหิมะ สะสมมากเข้าย่อมทำให้หลงทาง แต่เมื่อใจอบอุ่น หิมะย่อมหลอมละลายไปเอง  แต่กมลสันดานที่ฝังแน่นเปรียบเสมือนลม จะหยุดลมได้ ต้องอาศัยความอดทนและความเพียรมากยิ่งกว่า จึงจะเปลี่ยนทิศทางได้ แต่กมลสันดานเหล่านี้มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด หากเกิดจากการตามใจตนเองมากเกินไป การจะปรับกมลสันดาน ต้องฝึก “วินัยในตน” จึงจะ “ชนะตน” นี่ก็คือการมองเหตุปัจจัยและผลกรรมให้ทะลุ กำหนดหลักการ ควบคุมพฤติกรรม และลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มีวินัยในตน จะได้รับประโยชน์หนึ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ คือ เมื่อมุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้า จะไม่มีสิ่งใดฉุดรั้งไว้ได้แม้แต่ “ความเสียใจภายหลัง”


2. “ไม่แย่งชิง” จะเชื่อมโยงคนดีเข้ากับสนามพลังแห่งคนดีอยู่เย็นเป็นสุขไปตลอดชีวิต     

"เต้าเต๋อจิง" บทที่ 73 กล่าวว่า “ไม่ยื้อแย่งก็ชนะได้ ไม่พูดก็สนองตอบ” ความสำเร็จมิได้มาจากการแย่งชิง ตรงกันข้าม การแย่งชิงมักนำไปสู่ความล้มเหลว ผู้ชอบแย่งชิงชื่อเสียง มักติดอยู่กับป้ายชื่อ  ผู้ชอบแย่งชิงผลประโยชน์ มักติดอยู่ในผลได้เสีย ผู้ชอบแย่งชิงว่ามีเหตุมีผล มักหลงอยู่ในข้อครหาวิพากษ์วิจารณ์  ในโลกโลกีย์นั้น  สิ่งที่มัก “แสวงหาแต่ไม่ได้” ทั้งหมดนี้ จะกลายเป็น “ไม่แสวงหาแต่ได้มา”  เพราะสิ่งที่ได้มานั้นมาจากคุณธรรมอันหนาแน่นดึงดูดมา


เราควรเรียนรู้จากน้ำ เปลี่ยนพลังงานจากการแย่งชิงภายนอก มาเติมเต็มพลังการเจริญเติบโตภายใน อุทิศตนอย่างสุดความสามารถ  โดยไม่แย่งชื่อเสียง ผลงาน หรือผลประโยชน์จากผู้อื่น จากนั้น ต้องถ่อมตน อ่อนโยน รับผิดชอบ และพัฒนาให้ดีกว่าวันวานอีกสักนิด เช่นนี้เราจึงสามารถสั่นสะเทือนร่วมกับเต้า สื่อเชื่อมกับสนามพลังแห่งจักรวาลอันสงบและอิสระ ดังนั้น    การ “ไม่แย่งชิง” มิใช่อยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร แต่คือการบริหารควบคุมพลังชีวิตอย่างแยบยล


ชีวิตดุจมหาสมุทร ย่อมมีขึ้นมีลง แต่หากจิตเปี่ยมด้วยความสว่างไสว จะกลัวคลื่นโหมกระหน่ำไปใย น้ำคืออาจารย์ผู้เปี่ยมปัญญาของโลก เมื่อยึดน้ำเป็นครู  หลอมรวม “วินัยในตน” ให้กลายเป็นความเคยชิน  เปลี่ยนการ “ไม่แย่งชิง” ให้เป็นสัญชาตญาณในตน เมื่อทำเช่นนี้ได้ จึงสามารถอาศัยพลังคุณธรรมหนาแน่น ฝ่าคลื่นกรรมอันนับไม่ถ้วน ชีวิตไม่ใช่สนามรบกับโลกภายนอก แต่คือการเดินทางกลับมาสู่จิตเดิมแท้ของตนเอง แม้ยามราตรีอันมืดมิดและเย็นยะเยือก  แต่หากยังมุ่งเดินไปข้างหน้า ย่อมมีแสงรุ่งอรุณรออยู่เสมอ ไม่แย่งชิงคือเสรีภาพสูงสุด และการไร้ที่ติคือความสงบอันเป็นนิรันดร์


🌹อรุณสวัสดิ์ ชีวิตนี้ ครึ่งหนึ่งคือความเรียบง่ายของปากท้อง อีกครึ่งหนึ่งคือความฝันอันยิ่งใหญ่ หากหยอดเกลือสักนิด ก็จะเค็ม เหยาะน้ำหวานสักหน่อย ก็จะหวานฉ่ำ จะปรุงรสชาติของชีวิตแบบไหนอยู่ที่มือเรา สวิตช์ของความผาสุก อยู่ในน้ำมือของตน


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ วันที่ 8 มิถุนายน 2568 🌹🌹🌹



ความคิดเห็น


Dao De Xin Xi logo
เกี่ยวกับเรา

มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล เป็นองค์กรการกุศล

ได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2541

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. การสังคมสงเคราะห์

2. ส่งเสริมการบำบัดโรคต่างๆ โดยวิธีการฝึกสมาธิ

3. ร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชน

    พัฒนาคน ให้มีคุณธรรม มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น

4. ดำเนินการ เพื่อสาธารณะประโยชน์

     

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารทางอีเมล์

© 2019 by Dao De Xin Xi Thailand

bottom of page