top of page

สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 23 กรกฎาคม 2568

🌹 ระดับของการหยั่งรู้ ต้องสอดคล้องกับระดับของการลงมือปฏิบัติ  จึงจะบังเกิดปัญญาอันแท้จริง

อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ


ข้อเตือนสติ 2   “พำนักอยู่ได้ทุกสถานที่  มีจิตว่างเปล่าสงบนิ่ง  มีรักเมตตา  วาจามีสัจจะ ปกครองอย่างสงบเรียบร้อย  ทำงานด้วยความปราดเปรื่อง เลือกสรรเวลาที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน”  ใจความสำคัญของประโยคนี้คือ ต้องมีทั้งระดับการตระหนักรู้ที่สูง และระดับการลงมือปฏิบัติที่ลึก มีเพียงเมื่อการรับรู้และการลงมือปฏิบัติเดินไปพร้อมกัน จึงจะก่อเกิด       “ปัญญาอันยิ่งใหญ่” ได้จริง

 

ความดี 7 ประการของน้ำ คือความดีสูงสุดที่สอดคล้องกับเต้า แต่กลับมิได้รับการยอมรับจากโลก เพราะในสายตาของผู้คนทั่วไปคิดว่า “อยู่ที่สูง” คือความสำเร็จ “ทรงอำนาจ” คือพลังอันแท้จริง  “แย่งชิงเป็นที่หนึ่ง” มักถือว่าเป็นความวิริยอุตสาหะที่ทะยานไปข้างหน้า  บนตาชั่งของความสำเร็จในโลกมนุษย์  “ความดี” มักไม่ถูกคัดอยู่ในเกณฑ์  แท้จริงแล้ว นี่คือความเขลาที่ขัดแย้งต่อกฎธรรมชาติ ซึ่งเป็นต้นตอแห่งความวุ่นวายและความตกอับของตนเอง การเรียนรู้ ความดี 7 ประการของน้ำ คือการทะลวงกำแพงจากการรับรู้สู่การกระทำ ใช้แสงแห่งจิตส่องตนเอง และยังให้ความอบอุ่นแก่ผู้อื่นด้วย


1. “พำนักอยู่ได้ทุกสถานที่”  หมายถึงการแสวงหาจากภายในคือการหยั่งรู้ การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมภายนอกคือการลงมือปฏิบัติ ต้องอาศัยการตระหนักรู้ที่ว่า “ตนมั่นคงในจิตเดิมแท้ จึงไม่ต้องแสวงหาจากภายนอก” ไปทลายการไล่ล่าที่ภายนอก แล้วฝึก “การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมด้วยจิตแท้” เพื่อให้ชีวิตไม่ต้องพึ่งพาสิ่งภายนอก


 2. “มีจิตว่างเปล่าสงบนิ่ง” ความนิ่งลึกคือการหยั่งรู้ ความนิ่งที่มั่นคงคือการลงมือปฏิบัติ นี่ต้องอาศัยการตระหนักรู้ของ “ความหนักแน่นเป็นพื้นฐานของความประมาท ความสงบนิ่งเป็นตัวสยบความหุนหันพลันแล่น” เพื่อลบล้างความบุ่มบ่าม แล้วฝึกจิตมั่นคงแบบ “ลม 8 ทิศก็มิอาจทำให้จิตไหวติง” เช่น พบสุขก็ไม่หลง พบทุกข์ก็ไม่ถอย ถูกเข้าใจผิดก็ไม่โต้เถียง วุ่นวายโกลาหลก็ไม่ไขว้เขว สุดท้าย ใช้ความนิ่งสงบระงับความเร่าร้อน ใช้ความมั่นคงกลบความว้าวุ่น


3. “มีรักเมตตา” ความเสมอภาคคือการตระหนักรู้ การให้อภัยคือการปฏิบัติ ซึ่งต้องอาศัย “ฟ้าและดินไร้เมตตา เห็นสรรพสิ่งเป็นเช่นหุ่นฟาง” เพื่อลบล้างจิตแบ่งแยก แล้วฝึกให้มีจิตกว้างขวางที่ “ให้คุณไม่เป็นพิษเป็นภัย” ยอมรับคลื่นความถี่ของชีวิตที่ต่างกัน ปล่อยให้สรรพสิ่งเป็นอย่างที่เป็น แต่มิใช่เป็นอย่างที่เราต้องการ


 4. “วาจามีสัจจะ” ความซื่อสัตย์จริงใจคือการตระหนักรู้ ความแน่วแน่คือการปฏิบัติ ซึ่งต้องอาศัย  “เพราะสามารถทำให้เราหวนสู่เต้าอย่างแท้จริง” เพื่อทลายล้างความเกียจคร้านเฉื่อยชา แล้วฝึกวิทยายุทธ์ของ “วาจาอันศักดิ์สิทธ์ มีพลังสร้างความจริง”  พูดแล้วต้องทำ ทำแล้วต้องสำเร็จ สุภาพชนโปร่งใส ไม่ลวงแม้ในที่ลับ


 5. “ปกครองอย่างสงบเรียบร้อย” ความปรองดองคือการตระหนักรู้ การจัดระเบียบคือการปฏิบัติ ซึ่งต้องอาศัยการตระหนักรู้ของ  “จึงปลอดภัยและสงบสุขอันผิงไท่” เพื่อทลายอคติ แล้วฝึกความสามารถของ “แปรขุ่นมัวให้ใสกระจ่าง” เมื่อพบเหตุการณ์ใด ทำเพียงให้เรื่องนั้นตกตะกอนอย่างสงบ ให้ความขัดแย้งใดๆ เมื่อผ่านเข้ามาก็จะกลายเป็นความอบอุ่นที่ปลอบประโลมใจคน

 

6. “ทำงานด้วยความปราดเปรื่อง” การรอบรู้อย่างทะลุปรุโปร่งคือการตระหนักรู้ การยืดหยุ่นพลิกแพลงคือการปฏิบัติ โดยอาศัย “ชื่อที่เรียกขานได้ มิใช่ชื่อนิรันดร์” เพื่อทลายการยึดติดที่ไม่ยืดหยุ่น แล้วฝึกความสามารถในการ  “สะสมคุณธรรมไว้มาก ย่อมชนะได้ทุกสถานการณ์” คุณธรรมหนาแน่น คือกุญแจไขทุกปัญหา สามารถแก้ปัญหาและฟื้นฟูระเบียบได้ผลยิ่งกว่าทฤษฎีใดๆ

  

7. “เลือกสรรเวลาที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน” รู้จักจังหวะอันเหมาะสมคือการหยั่งรู้ ดำเนินตามสถานการณ์คือการปฎิบัติ  โดยอาศัยการตระหนักรู้ของ “เต้าให้กำเนิดสรรพสิ่ง คุณธรรมหล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง สรรพสิ่งเริ่มก่อร่างเป็นวัตถุธาตุ สิ่งแวดล้อมบ่มเพาะให้สมบูรณ์” เพื่อละความดื้อรั้น 


 ฝึก “การตัดสินใจที่คล้อยตามธรรมชาติ เหตุการณ์ในชีวิตล้วนเป็นผู้อุปถัมป์ที่นำพาให้เราเข้าใกล้เต้า” หลังจากที่เข้าใจหลักการนี้ เมื่อต้องเผชิญสิ่งใด ก็จะหันมาตระหนักรู้ตนเอง นี่คือความเพียรพยายามอันแท้จริง หากตระหนักรู้ได้เช่นนี้ เมื่อพบเจอปัญหา ก็จะใช้จิตภายในไปตัดสิน ซึ่งแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงส่งกว่าการคำนวณใด ๆ ด้วยสมอง  นี่แหละคือสติปัญญา


 ความดีทั้ง 7 ของน้ำ เป็นทั้งหลักแห่งการฝึกตน และการเตรียมพร้อมสู่ความสำเร็จ

 เมื่อความดีทั้ง 7 รวมเป็นหนึ่ง การรับรู้และการกระทำเดินหน้าไปพร้อมกัน จึงจะเดินร่วมทางกับเต้า และบรรลุสู่ความดีสูงสุดได้ในที่สุด



🌹อรุณสวัสดิ์ ชีวิตนี้ ครึ่งหนึ่งคือความเรียบง่ายของปากท้อง อีกครึ่งหนึ่งคือความฝันอันยิ่งใหญ่ หากหยอดเกลือสักนิด ก็จะเค็ม เหยาะน้ำหวานสักหน่อย ก็จะหวานฉ่ำ จะปรุงรสชาติของชีวิตแบบไหนอยู่ที่มือเรา สวิตช์ของความผาสุก อยู่ในน้ำมือของตน 


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ วันที่ 7 มิถุนายน 2568 🌹🌹🌹



ความคิดเห็น


Dao De Xin Xi logo
เกี่ยวกับเรา

มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล เป็นองค์กรการกุศล

ได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2541

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. การสังคมสงเคราะห์

2. ส่งเสริมการบำบัดโรคต่างๆ โดยวิธีการฝึกสมาธิ

3. ร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชน

    พัฒนาคน ให้มีคุณธรรม มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น

4. ดำเนินการ เพื่อสาธารณะประโยชน์

     

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารทางอีเมล์

© 2019 by Dao De Xin Xi Thailand

bottom of page