สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 22 พฤษภาคม 2568
- ไปไหนก็ไป Entertainment
- 22 พ.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
🌹บำรุงรากชีวิตให้ดี จึงรักษาแก่นแท้ของชีวิตได้อย่างมั่นคง
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

ข้อเตือนสติ 2 “ประตูแห่งมารดามหัศจรรย์นี้ คือมูลรากฟ้าดิน” ประเด็นสำคัญอยู่ที่ต้นไม้สูงตระหง่านย่อมหยั่งรากลึก บำรุงรากชีวิตให้ดี จึงรักษาแก่นแท้ของชีวิตได้อย่างมั่นคง
"ประตูแห่งมารดามหัศจรรย์” คือช่องทางสื่อสารระหว่างเต้ากับสรรพสิ่ง ประตูเปิดได้สองทาง ภายนอกคือการเกิดและดับ ภายในคือความนิรันดร์ ภายนอกคือความอึกทึกครึกโครมของแสงสีเสียง ภายในคือความลี้ลับมหัศจรรย์ของความเป็นเทพ ประตูจะเปิดทางไหนขึ้นอยู่กับการเลือกสรรของตน ผู้ใดที่หันออกข้างนอกย่อมจมอยู่ในความหลงระเริง เหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ มีแต่จะห่างเหินจากเต้า ส่วนผู้หันเข้าข้างใน เป็นผู้มีสติ ดั่งหยดน้ำไหลรวมสู่ทะเล ย่อมมีพลังชีวิตล้ำลึก
"ประตูแห่งมารดามหัศจรรย์” ลักษณะของประตูนี้ ไร้กุญแจ จึงมองไม่เห็นด้วยสายตา ทว่าประตูบานนี้เปิดอยู่เสมอ แต่ต้องมีจิตใสสะอาดจึงผ่านได้ ดังนั้น การเดินเข้าสู่ประตูนี้และสื่อเชื่อมรากของฟ้าดินได้ สำคัญอยู่ที่ "จิตผ่องใส ลดกิเลส" คำว่า “ผ่องใส” คือการล้างจิตที่แปดเปื้อนให้สะอาด คำว่า “ลดกิเลส” คือการลดความโลภที่อำพรางความจริงเอาไว้ กฎของฟ้าดินคือ "มักน้อยได้มาก โลภมากลาภหาย" เมื่อจิตใสสะอาดดั่งกระจกเงา ย่อมเห็นความจริงที่สะท้อนออกมา เมื่อการทำดีโดยไร้ร่องรอย ย่อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาได้
ทุกคนล้วนมีพลังสร้างสรรค์ของชีวิต แต่น้ำจะไหลเชี่ยวก็ต่อเมื่อต้นน้ำไม่เหือดแห้ง ฝีมือในการบำรุง “รากแห่งฟ้าดิน” ต้องอาศัยศิลปะในการ "ยึดกฎเกณฑ์ของอดีตกาลมาใช้กับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน" คำว่า "ยึดกฎเกณฑ์ของอดีตกาล" คือการยึดวิถีอู๋เหวยของเต้าที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คำว่า "เปลี่ยนแปลง" คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงของภายนอกในทุกขณะ เต้าไม่เอ่ยปาก คนดีไม่แก้ต่าง การเชื่อมรากของฟ้าดิน คือการฝึกความสงบนิ่งและมั่นคง ดังนั้น เมื่อถูกนินทา วิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่โกรธ ปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านเชิงเขา เมื่อเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงก็ไม่สะทกสะท้าน ดั่งต้นสนพันปีที่ยืนตระหง่านบนผาชัน นี่ไม่ใช่เป็นการปลงต่อทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามา แต่คือความสงบอันสง่างามหลังการรู้แจ้งต่างหาก
รากมักอยู่ในสิ่งที่ไร้รูป “เต้าเต๋อจิง” บทที่ 32 กล่าวว่า "อันเต้านั้น ดำรงอยู่ทั่วทุกสารทิศ ดั่งน้ำจากหุบห้วยไหลสู่ทะเลตามธรรมชาติ” เต้านั้นลึกล้ำเกินหยั่งถึง และเล็กสุดเล็กจนมิอาจสัมผัสได้ แต่เต้ากลับปั้นภูเขา รวบรวมแม่น้ำได้ ดังนั้น เต้า สำหรับชาวโลก คือแหล่งกำเนิด เป็นรากเหง้า เป็นบ้านที่ไม่ล้อมรั้ว หลักการนี้เปรียบเสมือนสามัญชน ถึงแม้ต่ำต้อยแต่สามารถแบกรับหรือโค่นล้มอำนาจได้ การดูแลรากชีวิตของตนนั้นไม่ยาก เพียงละทิ้งจิตแบ่งแยก ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม ทำทุกอย่างด้วยจิตที่ดีงาม รากแห่งฟ้าดินอยู่ในคุณสมบัติขั้นเทพของเรานี่เอง
การเพาะปลูกชีวิตที่ล้ำลึกที่สุดอยู่ในที่ไม่มีใครเห็น ความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในสิ่งธรรมดา เพราะชีวิตนี้มีไว้ ไม่ใช่เพื่อจารึกชื่อเสียงเรียงนาม แต่เพื่อให้ชีวิตในทุกขณะร่วมสั่นสะเทือนกับเต้า ดังนั้น การฝึกฝนอยู่ที่ปัจจุบันขณะ ลดความฟุ้งซ่านปรุงแต่งสักหนึ่งส่วน ก็จะเพิ่มความสงบได้ส่วนหนึ่ง บ่มเพาะคุณธรรมหนึ่งส่วน ก็จะเปล่งแสงส่วนหนึ่ง หากสื่อเชื่อมรากชีวิตได้สักสิบส่วน ไม่ว่าความเป็นหรือความตาย ล้วนได้กลายเป็นเต้าโดยสิ้นเชิง
ดังนั้น มีเพียงการบำรุงรากชีวิตเท่านั้น จึงรักษาแก่นแท้ของชีวิตได้อย่างมั่นคง รากที่ฝังลึก ลมฝนก็มิอาจโค่นล้ม จิตที่มั่นคง กาลเวลามิอาจพรากแสงอันสว่างไสวของเราได้
🌹อรุณสวัสดิ์ ความคิดแวบแรกของความเมตตา สรรพสิ่งล้วนก่อคุณงามความดี ความคิดผุดขึ้นแวบแรก ก็พบเห็นข้อบกพร่องของคนอื่น จึงเป็นข้อบกพร่องอันยิ่งใหญ่ของตน ความคิดผุดขึ้นแวบแรก ก็พบเห็นความดีงามของผู้อื่น จึงเป็นความดีงามของตน
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น