สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 21 กรกฎาคม 2568
- ไปไหนก็ไป Entertainment
- 21 ก.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
🌹หากมนุษย์ไม่ยื้อแย่ง ชีวิตจะอิสรเสรีไร้กังวล
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

เนื้อหา “เหตุเพราะไม่แย่งชิงใคร จึงไม่ผิดพลาด”
ประโยคนี้หมายความว่า น้ำไม่แย่งชิงความสูงต่ำ จึงกลายเป็นมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่ คนไม่ครหาวิพากษ์วิจารณ์ จึงอิสรเสรี ไร้กังวล การไม่แก่งแย่งชิงดีมิได้แสดงว่าตนขี้ขลาดไร้น้ำยา แต่เป็นผู้ที่สลายความขัดแย้งด้วย “อู๋เหวย” สุดท้ายจึงบรรลุสู่ความอิสรเสรีไร้ที่ติอย่างบริบูรณ์ นี่คือความหมายของประโยค “เหตุเพราะไม่แย่งชิงใคร จึงไม่ผิดพลาด”
กฎธรรมชาติหมุนเวียนเปลี่ยนกลับ กฎแห่งกรรมเวียนว่ายไปมา พลังงานรวบรวมสะสมคือการเพาะ “เหตุปัจจัย” และเมื่อถูกปลดปล่อยจึงกลายเป็น “ผลแห่งกรรม” ผู้ไม่ยื้อแย่งย่อมมีจิตว่างเปล่าสงบนิ่ง ดุจดั่งกระจกสะท้อนเงา จิตไม่ฟุ้งซ่านปรุงแต่ง วาจาไม่คุยโวโอ้อวด การ กระทำไม่เหิมเกริม ล้วนดำเนินชีวิตอยู่ในวงโคจรของเต้าเสมอ
เหมือนสายน้ำไหลรวมสู่มหาสมุทรโดยไม่อวดอ้างศักดา หล่อเลี้ยงฟูมฟักสรรพชีวิตโดยไม่ครอบงำ เหตุเพราะน้ำ “ไร้อัตตา” จึงไม่เคยรวมตัวหรือปลดปล่อยตนเองแต่อย่างใด และไม่เคยปลูกเหตุ จึงไร้ผลกรรมให้เก็บเกี่ยว
“เต้าเต๋อจิง”บทที่ 48 กล่าวว่า “อู๋เหวยแต่ไม่มีสิ่งใดที่ไม่สัมฤทธิ์ผล” การที่น้ำไม่ยื้อแย่ง เป็นเพราะสัญชาตญาณพาไป การที่มนุษย์ไม่แก่งแย่งเหตุเพราะจิตภายในได้ฝึกการรักษาสภาวะว่างเปล่า อู๋เหวยมิใช่ไม่ทำอะไรเลย แต่ยึดหลักเต้าในการฟื้นฟูสู่จิตแท้ที่ไร้อัตตา
เมื่ออยู่ในสภาวะอู๋เหวย ภายนอกก็สามารถคงความสมดุลของการ “การพูดและการกระทำเป็นหนึ่งเดียว” ซึ่งมุ่งสู่เป้าหมายของการ “ตอบแทนบุญคุณบุพการี ประเทศชาติ สังคม และสรรพสิ่งทั่วหล้า” ด้วยความมุมานะ มีความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ และพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ การประคองความสมดุลของ “การกระทำด้วยจิตอู๋เหวย” แบบนี้ พลังงานจะถูกอนุรักษ์ไว้ในขณะที่มอบให้ผู้อื่น และยังหมุนเวียนอย่างลื่นไหลในขณะที่อุทิศตนเพื่อส่วนรวม สุดท้าย จึงบรรลุผลแห่ง “ชีวิตที่สงบสุข”
ในทางกลับกัน เมื่อสังเกตุเห็นสภาพสังคมปัจจุบัน ผู้คนได้ทำความดีไว้มากมายแต่กลับตกอยู่ในหลุมพรางของการครหา วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งสืบสาวต้นเหตุ จะพบว่าปัญหาอยู่ที่จิตภายในยังมีการ “แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น” บ้างก็โลภในการโหยหาชื่อเสียงผลประโยชน์ บ้างก็ยึดติดอยู่กับความถูกผิดและอารมณ์ความรู้สึก ยิ่งยื้อแย่ง ความโลภก็ยิ่งคึกคักมากขึ้นอย่างไม่มีสิ้นสุด แต่เมื่อครอบครองไม่ได้ ความโกรธแค้นก็ปะทุออกมา เดิมทีที่ปัญญาอันปราดเปรื่องกลับถูกบดบัง เมื่อปัญญาไม่เกิด การตัดสินหรือการเลือกสรรสิ่งใดๆในชีวิตจึงเกิดความผิดพลาดมากยิ่งขึ้น ดังในบทที่ 44 ที่กล่าวว่า “รู้หยุดได้เหมาะจึงไม่มีภัยร้าย”
มักมีคนบอกว่าตนมีวาสนาอับจน แต่แท้จริงแล้ว ไม่ใช่ไม่เก่งจริง แต่เสียพลังงานไปกับการต่อสู้แย่งชิงมากจนเกินไป ผู้แสวงหาชื่อเสียง ย่อมสูญเสียตัวตนที่แท้จริงได้ง่าย และผู้แสวงหาผลประโยชน์ จิตย่อมตกอยู่ในวังวนแห่งความลุ่มหลงได้ง่าย มีเพียงการไม่แก่งแย่งเท่านั้น จึงจะรักษาจิตเดิมแท้ไว้ได้มั่นคง บุญวาสนามิอาจช่วงชิงกลับคืนมาได้ด้วย “การแย่งชิง” มีคุณธรรม จึงมีพรอันประเสริฐส่งเสริมชะตา สิ่งที่เรียกว่า “ไม่แย่งชิง” นั้น คือการไม่แย่งชิงกับผู้อื่น ไม่ขัดแย้งกับสภาพแวดล้อม ไม่ต่อต้านกระแสแห่งยุคสมัย รวมรวมพลังจิตกลับคืนสู่ตนเอง แล้วจึงบ่มเพาะคุณธรรมและจิตตน เมื่อบ่มเพาะการ “ไม่แย่งชิง” ให้กลายเป็นนิสัย คุณสมบัตินี้ก็จะกลายเป็นเกราะป้องกันตัว ให้โชคชะตาลดรอยร้าวให้น้อยลง และให้ชีวิตเปี่ยมด้วยแสงเจิดจรัสอันสงบสุขเพิ่มขึ้น ดังนั้น “เต้าเต๋อจิง” บทที่ 66 จึงกล่าวไว้ว่า “ด้วยเหตุที่ไม่ชิงดีชิงเด่น จึงไม่มีผู้ใดแย่งชิงกับเขาได้”
ในโลกนี้ การสูญเสียอันเปล่าประโยชน์ที่สุด คือการยึดติดอยู่ในความขัดแย้งจนหลงลืมตัวตนอันแท้จริง พลังอันยิ่งใหญ่ที่สุด คือการดำเนินตามวิถีแห่งเต้า แล้วทำตนเองให้ดี หากใช้จิตไร้แย่งชิงเผชิญโลกใบนี้ ความขัดแย้งในโลกใบนี้ก็จะลดน้อยลง
หากเดินบนโลกด้วยท่วงท่าที่ไม่ยึดมั่นถือมั่น โลกมนุษย์ก็จะเปี่ยมด้วยความโอบอ้อมอารีมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น ความเป็นอิสรเสรีที่ไร้ข้อผิดพลาด มิจำเป็นต้องแสวงหาจากภายนอก เพียงวางจิตแย่งชิงลง คือการเติมเต็มชีวิตที่ดีที่สุด.
🌹อรุณสวัสดิ์ ชีวิตนี้ ครึ่งหนึ่งคือความเรียบง่ายของปากท้อง อีกครึ่งหนึ่งคือความฝันอันยิ่งใหญ่ หากหยอดเกลือสักนิด ก็จะเค็ม เหยาะน้ำหวานสักหน่อย ก็จะหวานฉ่ำ จะปรุงรสชาติของชีวิตแบบไหนอยู่ที่มือเรา สวิตช์ของความผาสุก อยู่ในน้ำมือของตน
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ วันที่ 5 มิถุนายน 2568 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น