top of page

สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง” เผยแพร่วันที่ 1มิถุนายน 2568

🌹การประคองสมดุลให้ดี นั่นแหละคือชีวิตที่เปี่ยมสุข   

อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ


การประคองสมดุลให้ดี นั่นแหละคือชีวิตที่เปี่ยมสุข   

แต่เมื่อใดที่เสียสมดุลไป ร่างกายก็อาจป่วยไข้ ทว่าความเจ็บป่วยก็ใช่ว่าจะเลวร้ายเสียทีเดียว เพราะหากไร้โรคใดเลย ใครเล่าจะเรียนรู้ที่จะทะนุถนอมสุขภาพ เมื่อโลกเสียสมดุล สงครามก็อุบัติขึ้น ทว่าสงครามก็ใช่ว่าจะโหดร้ายไปเสียหมด เพราะหากไร้สงคราม ก็จะไม่มีอะไรมาเตือนใจให้มนุษย์โหยหาสันติ  เมื่อแผ่นดินไร้สมดุล ภัยพิบัติก็บังเกิด ทว่านี่อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ เพราะหากไร้ซึ่งภัย มนุษย์จะรู้จักเคารพยำเกรงต่อธรรมชาติได้อย่างไร  ประสบการณ์ของชีวิต คือบทเรียนให้เราเรียนรู้ความสมดุล และหาทางกลับคืนสู่สมดุล นี่คือวิถีของความสมบูรณ์ของชีวิตที่จะต้องฝึกฝนหลอมหล่อ


หากเรารู้จักประคองสมดุลให้ดี นั่นแหละคือชีวิตที่เปี่ยมสุข  แต่ละคนต่างมีความสมดุล ทั้งในสถานการณ์ภายนอกและในจิตภายใน เราทุกคนดูเหมือนจะอาศัยอยู่ในโลกเดียวกัน แต่แท้จริงแล้ว แต่ละคนมีโลกภายในที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะแต่ละคนอยู่ในมิติชีวิตที่ต่างกัน เช่น ผู้มีจิตเปี่ยมด้วยความกตัญญู มักมีผู้คอยเกื้อหนุน ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตา มักประสบโชคดีอยู่เสมอ ผู้ที่เคารพยำเกรง มักพัฒนาเติบโตอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้น สิ่งที่สำคัญกว่าภายนอก คือสภาวะของจิตภายใน  หากเราสงบจิตสงบใจ และใช้ชีวิตอย่างมั่นคงในแต่ละวัน

วันนี้ไม่ร้อนรน พรุ่งนี้ก็ไร้กังวล


ความสมดุลคือกฎพื้นฐานของจักรวาล ความสมดุลนี้เองที่ค้ำจุนฟ้าดิน และชี้นำวิถีชีวิตของเรา ใน “เต้าเต๋อจิง” บทที่ 7  มีข้อเตือนสติอยู่สามประการใช้ในการปรับความสมดุล นี่คือกุญแจสำคัญของการดำรงชีวิตอย่างกลมกลืน


ข้อเตือนสติ 1 "ฟ้าดินยืนยง ฟ้าดินอยู่ยืนยงได้ เพราะไม่อยู่เพื่อตนเอง จึงอยู่ยั่งยืน"


ฟ้าดินยืนยง เพราะฟ้าดินหล่อเลี้ยงและเกื้อกูลสรรพสิ่งโดยไม่ถือตน ไม่โอ้อวด ไม่ยึดถือผลบุญของตน และไม่หวังผลตอบแทน ใครก็ตามที่คิดถึงแต่ตนเอง ย่อมลดพื้นที่ไปห่วงใยผู้อื่น ผู้ที่ถือว่าตนสูงส่ง ก็ย่อมกดทับคนอื่นให้ต่ำลง ตรงกันข้าม ฟ้าดินไม่คิดถึงตนเอง จึงกลายเป็นที่พึ่งของทุกชีวิต และนี่คือเหตุแห่งความยั่งยืนแท้จริง


ประโยคของ “ฟ้าดินยืนยง” ฟังดูเป็นเป้าหมายที่น่าปรารถนา แต่แท้จริงแล้ว เราไม่ควรถือเป็นเป้าหมายให้ไขว่คว้า หากแต่เป็นสิ่งที่เราควรมองทะลุให้ได้  เพราะฟ้าดินเป็นสิ่งมีรูป ถึงแม้จะยั่งยืน ก็ยังไม่อาจเป็นนิรันดร์ มีเพียง “เต้า” ที่ไร้รูปเท่านั้น  จึงสามารถข้ามกาลเวลาได้อย่างแท้จริง จึงไม่เคยเกิด ไม่เคยดับ ดังนั้น ประโยคของ “ฟ้าดินยืนยง” ไม่ใช่ให้เราไปไล่ล่าที่เปลือกนอก แต่ให้เรียนรู้ถึงฐานจิตอันกว้างใหญ่ของฟ้าดินที่เป็นครูของเรา ฉีกภาพปรุงแต่งของความ  “ยั่งยืน”  จึงเห็นความจีรังในความไม่จีรัง และพบความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดในขอบเขตที่จำกัด


ข้อเตือนสติ 2  “ดังนั้น อริยบุคคลวางตนอยู่หลัง กลับได้นำหน้า

อยู่เหนือความเป็นตาย ผลได้เสีย จึงรักษาชีวิตไว้ได้”


อริยบุคคลเดินตามแบบอย่างของฟ้าดิน  ด้วยจิตที่อุทิศตนรับใช้ปวงชน

เขาจึงได้รับความรัก และการยกย่องจากผู้คน  สุดท้าย เพราะการ “วางตนอยู่หลัง” ของเขา      “กลับได้นำหน้า” อยู่ในตำแหน่งผู้นำที่ผู้คนยอมรับ เพราะละวางผลประโยชน์ส่วนตน ไม่สนใจความเป็นความตาย หรือผลได้เสีย เพื่อปกป้องประชาราษฎร์ จึงเป็นที่พึ่งของเหล่าประชา และยังไม่มีผู้ใดคิดทำร้ายเขา สุดท้าย เพราะเขาอยู่ในสภาวธรรมเหนือ “ความเป็นความตาย” จึงรักษาชีวิตไว้ได้อย่างมั่นคง


ฟ้าดินสมดุล และมีคุณธรรมล้ำลึกอันลี้ลับมหัศจรรย์ หากเราไม่มัวแต่ยึดติดกับตัวตน ก็จะสามารถข้ามพ้นตัวตนได้  หากเราอุทิศตนเพื่อผู้อื่น คุณค่าชีวิตก็จะปรากฏเด่นชัด   ชีวิตเหมือนตาชั่ง  หากด้านหนึ่งปล่อยวาง “อัตตา เห็นแก่ตัว ความโลภ และยึดติด” ลง

อีกด้านหนึ่ง เต้าจะมอบความ “โชคดี สติปัญญา คุณธรรม และเต้า” ให้เรา  ดังนั้น ผู้ที่ไร้อัตตาสุดท้าย คือผู้ที่ประสบความสำเร็จอันแท้จริง


ข้อเตือนสติ 3  “เพราะไม่เห็นแก่ตัวมิใช่หรือ จึงประสบความสำเร็จ”

จักรวาลล้วนประกอบด้วยหยินและหยาง น้อยกลับได้มาก ว่างเปล่ากลับกลายเป็นเต็มเปี่ยม ปล่อยวางกลับได้รับอย่างเต็มเปี่ยม หากฟ้าดินไม่ลืมผลงานของความดีที่ได้มอบแก่สรรพสิ่ง จะยืนยาวได้อย่างไร หากอริยบุคคลไม่ละตนเพื่อส่วนรวม  จะกลายเป็นผู้สมบูรณ์ในตนได้อย่างไร


เส้นทางแห่งโลกีย์  ที่พึ่งสูงสุดคือ “ตนเอง” จุดหมายสูงสุด ก็คือการกลับคืนสู่  “ตนเอง”  แต่ที่พึ่งพิงนี้ ต้องใช้ “ไร้อัตตา” เป็นแหล่งพึ่งพิง  และจุดหมายในการหวนคืนสู่ตนเอง ต้องพึ่งพาความ “ไม่เห็นแก่ตน”ไปบรรลุ  เมื่อเราปล่อยวางการเห็นแก่ตัว และหลอมรวมเป็นหนึ่งกับมวลชน มีจิตหนึ่งใจเดียวกับฟ้าดิน  จึงสามารถทำภารกิจและสร้างคุณค่าชีวิตให้สำเร็จได้อย่างแท้จริง นี่แหละคือ สุขล้ำค่าที่สุดของชีวิต


ความสุข ไม่ได้บังเกิดขึ้นลอย ๆ  ประคองความสมดุลให้ดี ชีวิตจึงสุขอย่างแท้จริง สภาวะความผาสุกที่สูงสุด คือการประคองสิ่งที่ให้กับสิ่งที่รับให้สมดุลกัน หากทั้งสองสมดุลกัน นั่นคือความสุข หากเราได้รับมากกว่าที่ให้ จะต้องตระหนักและระวัง   ดังนั้น การแสวงหาชีวิตที่สมดุล เราต้องรู้จักการให้และการเสียสละ สิ่งที่เอื้ออำนวยต่อความสมดุลของชีวิต มักต้องแลกมาด้วยการสละบางสิ่งไปเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ การไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ คือการกระทำที่ถูกต้อง หากเรารู้จักประคับประคองสมดุลนี้ได้ดีแล้ว  ชีวิตก็จะเปี่ยมสุขและมีอิสระอย่างแท้จริง


ถึงมิตรสหายที่รัก

ในยามปลายฤดูใบไม้ผลิของเดือนพฤษภาคม

ทุกวินาที ล้วนเป็นของขวัญล้ำค่าที่โลกมอบให้เรา                                                      

ขอให้ทุกท่าน แม้ต้องฝ่าฟันหนทางสูงชัน

ก็ยังได้พบแสงงามระหว่างทาง

แม้จะต้องข้ามน้ำข้ามเขา

ก็ยังมีหัวใจที่ไม่หยุดเดินไปข้างหน้า



อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 🌹🌹🌹

ความคิดเห็น


Dao De Xin Xi logo
เกี่ยวกับเรา

มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล เป็นองค์กรการกุศล

ได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2541

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. การสังคมสงเคราะห์

2. ส่งเสริมการบำบัดโรคต่างๆ โดยวิธีการฝึกสมาธิ

3. ร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชน

    พัฒนาคน ให้มีคุณธรรม มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น

4. ดำเนินการ เพื่อสาธารณะประโยชน์

     

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารทางอีเมล์

© 2019 by Dao De Xin Xi Thailand

bottom of page