สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 19 พฤษภาคม 2569
- ไปไหนก็ไป Entertainment
- 3 พ.ค.
- ยาว 1 นาที
🌹 เมื่อสื่อเชื่อมกับเต้าในจิต ความวุ่นวายจะหายไป โลกก็สงบเอง
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

ประโยค “เมื่อบ้านเมืองมืดมน จึงเกิดขุนนางภักดี” ไม่ใช่ให้เรารู้สึกสะท้อนใจต่อประวัติศาสตร์ แต่สอนให้เราเผชิญความจริง ให้อดีตเป็นอุทาหรณ์ รู้จักขอบคุณ รู้จักลงมือทำ และรู้จักทำตนให้เข้มแข็ง
ใน “ประเทศที่เป็นร่างกาย” ของเรา ใครคือขุนนางผู้ภักดี ขุนนางผู้ภักดีต่อประเทศชาติคือความเจ็บปวด เป็นไข้ และโรคภัยต่างๆ สิ่งเหล่านี้ได้ปลุกเราให้ตื่น ดังนั้น ความเจ็บปวดคือสัญญาณเตือนภัย อาการไข้ขึ้นคือช่วงที่กำลังขับใสไล่ส่งศัตรู นี่แสดงว่าโรคภัยไข้เจ็บไม่ใช่ศัตรูของเราแต่เป็นเพียงผู้เป่านกหวีดเพื่อเตือนภัยต่างหาก
การที่ร่างกายเจ็บป่วย เพราะเราทำสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายมากเกินไป ถึงแม้ร่างกายจะพูดไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่เรานอนน้อย ไม่ให้ความสำคัญต่ออาหารการกิน ใช้ชีวิตเกินขีดจำกัด และสกัดกั้นร่างกายไม่ให้เพิ่มพลังด้วยการ “เผยแผ่ความรักออกไป” แต่กายสังขารก็ยังอดทนอยู่อย่างเงียบๆ และอวัยวะต่างๆ ก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ จนร่างกายไม่สามารถทนต่อไปได้อีก จึงจำเป็นต้องใช้วิธีที่รุนแรงที่สุด เพื่อส่งสัญญาณเตือนระดับสูงสุดให้กับพวกเรา
ความเจ็บปวดและโรคภัยไข้เจ็บคือ “ขุนนางผู้ซื่อสัตย์” ของประเทศชาติ การเจ็บป่วยคือกระบวนการในการปรับความสมดุล ความวุ่นวายในสังคมคือกระบวนการในการจัดระเบียบใหม่ และภัยธรรมชาติก็คือการปรับสมดุลของระบบนิเวศ แม้บางครั้งการเตือนภัยของ “ขุนนาง” จะตรงไปตรงมาจนเกินไป ทำให้เราไม่สบายใจ ถึงแม้คำตักเตือนอาจจะไม่รื่นหู แต่ดังที่กล่าวไว้ว่าหวานเป็นลม ขมเป็นยา หลังความเจ็บป่วยคือการเริ่มต้นใหม่
การใช้ร่างกายของตนเพื่อพิสูจน์ “เมื่อบ้านเมืองมืดมน จึงเกิดขุนนางภักดี” ซึ่งเป็นบทเรียนชีวิตที่ฝังลึกในใจ ไม่มีวันลืม เพราะร่างกายรักเรามากกว่าใคร แท้จริงแล้ว ร่างกายและประเทศชาติมีหลักการเดียวกัน เมื่อใจสงบพลังลมปราณก็ไหลลื่น จึงเรียกว่าเป็นการหล่อเลี้ยงสุขภาพอย่างแท้จริง เมื่อหวนคืนสู่จิตดั้งเดิม โลกใบนี้จึงจะสงบสุข
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง 19 พฤษภาคม 2569 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น