สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 19 พฤษภาคม 2568
- ไปไหนก็ไป Entertainment
- 19 พ.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
🌹ผู้ปฏิบัติกลับตาลปัตรกับวิถีเต้าย่อมเหนื่อยเปล่า ผู้ที่สอดคล้องเต้าย่อมสำเร็จโดยธรรมชาติ
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

เนื้อหา “ใช้ได้ไม่หมดสิ้น”
วิถีเต้า อาศัยพลังของ “ดำรงอยู่ต่อเนื่องเนืองอนันต์ ” เพื่อปรับความสมดุลของกาลเทศะและปรับเปลี่ยนสรรพสิ่ง หากมนุษย์ดำเนินอยู่ในวิถีเต้าอย่างสม่ำเสมอ ชีวิตจะไม่ตรากตรำลำบาก เพราะไร้ซึ่งความสับสนวุ่นวาย และไร้ซึ่งจิตที่ซับซ้อนว้าวุ่น จึงไม่ต้องเปลืองแรงไปแก้ไข ทุกสิ่งจึงลุล่วงตามธรรมชาติบันดาล จึงดูเหมือนว่าไม่เคยเหน็ดเหนื่อย แต่กลับได้โดยไม่ต้องแสวงหา นี่คือความหมายของ “ใช้ได้ไม่หมดสิ้น”
คำว่า “ใช้ได้ไม่หมดสิ้น” มีอีกความหมายหนึ่ง คือ “ไม่เหน็ดเหนื่อย” ซึ่งทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย แท้จริงคำว่า “เหน็ดเหนื่อย” ในภาษาจีนโบราณหมายถึง “การออกแรง” ซึ่งเป็นคำกลางๆ ไม่มีการชมหรือตำหนิ ดังนั้น คำว่า“ใช้ได้ไม่หมดสิ้น” หรือ “กระทำโดยไม่เหน็ดเหนื่อย” ไม่ได้สอนให้คนเกียจคร้าน แต่เป็นการชี้ให้เห็นความจริงข้อหนึ่งว่า ผู้ที่ปฏิบัติตนฝืนวิถีของเต้า จะทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย และเปล่าประโยชน์ และผู้กระทำอย่างอู๋เหวย คือผู้ที่ปฏิบัติสอดคล้องวิถีเต้า จึงสำเร็จได้โดยธรรมชาติ
หัวใจสำคัญของ “กระทำโดยไม่เหน็ดเหนื่อย (ใช้ได้ไม่หมดสิ้น)” อยู่ที่คำว่า “กระทำ” และมิใช่คำว่า “ไม่เหน็ดเหนื่อย” เพราะว่ากฎเกณฑ์ที่เราศรัทธาคือแหล่งของพลังทั้งมวล เราจะกระทำเยี่ยงไรเพื่อบรรลุสู่ความ “ไม่เหน็ดเหนื่อย” นี่คือประเด็นสำคัญ
“ไม่เหน็ดเหนื่อย” แท้จริงมิได้แปลว่าไม่ทำงาน แต่เป็นเพราะเราไม่ได้ต่อต้านกฎธรรมชาติอีกต่อไปแล้ว ปล่อยวางการยึดติดต่อความโลภ แล้วเดินสู่วิถีของเต้า จึงไม่ต้องเหนื่อยแรงอีกต่อไป “เต้าเต๋อจิง” บทที่ 66 กล่าวว่า “เหตุที่ท้องทะเลเป็นเจ้าแห่งสายน้ำ เพราะทะเลอยู่ที่ต่ำ จึงเป็นที่บรรจบของสายน้ำนับพันหมื่น” แม่น้ำลำธารไม่เคยเรียกร้องใดๆ อย่างจงใจ เพียงแค่แสดงออกถึงสัจธรรมแห่ง “การอยู่ที่ต่ำ” สุดท้ายแม่น้ำลำธารทั้งหลายก็ไหลมาบรรจบที่มหาสมุทร จนกลายเป็นราชาแห่งหุบเขาทั้งปวง นี่แหละคือพลังของการกระทำในวิถีเต้า
หากไม่เข้าใจหลักการนี้ ก็จะติดอยู่ในภาพลวงของคำว่า “ขยัน (เหน็ดเหนื่อย)”
เช่น มีสำนวนจีนว่า “วิถีสวรรค์ตอบแทนผู้ขยันหมั่นเพียร” แต่คนเราเข้าใจผิด กลับไปเน้นที่คำว่า “ขยัน” ก็เลยขยันปฏิบัติธรรมเช้าจรดเย็น เป็นการยึดติดกับจำนวนวันเวลา ทว่ายังปล่อยให้จิตฟุ้งซ่าน ขยันแสดงตนต่อหน้าผู้อื่น เพื่อหวังเพียงคำยกยอปอปั้น กลับปิดบังตัวตนที่แท้จริง ที่จริง “วิถีสวรรค์ตอบแทนผู้ขยันหมั่นเพียร” ก็ไม่ต่างจาก “กระทำโดยไม่เหน็ดเหนื่อย” หัวใจอยู่ที่คำว่า “วิถีสวรรค์” มีเพียงใช้วิถีเต้ามาเป็นบรรทัดฐานตนเอง เมื่อทิศทางถูกต้อง ความพยายามจึงจะเกิดผล
การฝึกฝนคุณธรรมจึงใกล้ชิดเต้า จะไม่ใช้การสั่งสมจำนวนพฤติกรรมดี ๆ ของตน
แต่ต้องใช้วิธีตัดทอน เพื่อล้างกิเลสออกไป ในบทที่ 22 ของ “เต้าเต๋อจิง” กล่าวว่า “รักษาความเป็นหนึ่ง จึงเป็นแบบอย่างของการบริหารปกครอง” วิถีเต้าเรียบง่าย ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งอันใด ขอเพียงยึดมั่นความ “เป็นหนึ่ง” ของเต้าก็เพียงพอแล้ว เมื่อเต้าอยู่ในจิตเรา จะกลายเป็นมโนธรรม เมื่อเต้าอยู่ที่ปฏิบัติ จะกลายเป็นคุณสมบัติ เมื่ออยู่ในโลก ก็คือความดีงามของสังคม ผู้ใดยึดมั่นในความ “เป็นหนึ่ง” ให้เป็นบรรทัดฐาน ความพลุ่งพล่านหุนหันพลันแล่นจะไม่เกิด เพราะจิตสงบนิ่งและมั่นคง จึงไม่ก่อเรื่อง เพราะภายในมีเป้าหมายที่ชัดเจน
การที่พระอาทิตย์ขึ้น และดวงจันทร์ตก ไม่มีท่าทีของความเหน็ดเหนื่อย เพราะทั้งสองสอดคล้องกับกลไกของสวรรค์ แม่น้ำลำธารไหลไปโดยไม่อ่อนแรง เพราะไหลไปตามครรลองที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ดังนั้น “กระทำโดยไม่เหน็ดเหนื่อย” ไม่ใช่การนอนเฉยๆ โดยไม่ทำอะไร แต่เป็นการสำรวจความมั่นคงของกฎของธรรมชาติ เมื่อคนเราสามารถแปร “ความมุ่งมั่นไม่หยุดยั้ง” ให้กลายเป็นชีวิตประจำวันอันเรียบง่าย แปรจาก “การสร้างผลงานยิ่งใหญ่” ให้กลายเป็นคุณธรรมหนาแน่นรองรับสรรพสิ่ง ก็จะสามารถพบความก้าวหน้าที่ “ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย” และพบความสำเร็จที่ไม่ต้องแย่งชิงในสนามแข่งขัน ดังนั้นจึงกล่าวว่า ผู้ที่ฝืนทางเต้าย่อมเหนื่อยเปล่า แต่ผู้ที่เดินตามทางเต้าย่อมสำเร็จโดยธรรมชาติ
🌹อรุณสวัสดิ์ ความคิดแวบแรกของความเมตตา สรรพสิ่งล้วนก่อคุณงามความดี ความคิดผุดขึ้นแวบแรก ก็พบเห็นข้อบกพร่องของคนอื่น จึงเป็นข้อบกพร่องอันยิ่งใหญ่ของตน ความคิดผุดขึ้นแวบแรก ก็พบเห็นความดีงามของผู้อื่น จึงเป็นความดีงามของตน
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ🌹🌹🌹




ความคิดเห็น