top of page

สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 18 กันยายน 2568

🌹 ด้วยปัญญาแห่ง “เราและเขาเป็นหนึ่งเดียว” จึงบ่มเพาะบุญวาสนาที่

ไม่ต้องแสวงหาเอง

อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ


 “ให้กำเนิดและหล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง” คือการสร้างสรรค์และดำรงอย่างยั่งยืน

“ให้กำเนิดสรรพสิ่งโดยไม่ถือครอง” คือสร้างความสำเร็จแล้วถอยออก แก่นแท้ของทั้งสองประโยคนี้ ไม่ใช่การเสียสละตนเอง แต่คือการฝึกบ่มทั้งบุญกุศลและปัญญาไปพร้อมกัน นั่นคือ การฝึกใช้ปัญญาของ “เรากับเขาเป็นหนึ่งเดียว” เพื่อสร้างผลบุญที่มาเองโดยไม่ต้องไขว่คว้า


ในโลกโลกีย์ ผู้คนมักเคยชินกับการวัดความสำเร็จด้วยชื่อเสียง ทรัพย์สิน หรืออำนาจ

แต่แท้จริงแล้ว ผลบุญไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งภายนอก  บุญวาสนาแท้จริงคือ กายใจที่สมดุล ครอบครัวที่กลมเกลียว การงานที่ราบรื่น และสังคมที่สงบสุขต่างหาก  ชีวิตจะเติบโตได้ดีเมื่ออยู่ในสภาวะแห่งความกลมกลียวสมานฉันท์  เมื่อเรามองข้ามเปลือกนอก จะพบว่าทุกครั้งที่เรามอบสิ่งดีงามให้แก่โลกใบนี้ ล้วนได้รับการเกื้อหนุนค้ำจุนกลับมา  ทุกเหตุผลและความเข้าใจที่มอบแก่ผู้อื่น ล้วนบำรุงจิตใจของเราให้เติบโต  เพราะว่าเรากับโลกคือหนึ่งเดียว วิถีมนุษย์กับวิถีเต้าก็เป็นวิถีเดียวกันเช่นกัน  อย่าคิดมาก จงยืนหยัดในเส้นทางแห่งธรรม กล้าหาญที่จะปฏิบัติดีกับผู้อื่น ใช้ใจที่ใสซื่อบริสุทธิ์ไปเผชิญทุกสิ่ง แล้วทุกเรื่องจะเป็นมงคล


การมีใจที่เรียบง่ายบริสุทธิ์นั้น ต้องอาศัยบุญบารมีอย่างใหญ่หลวง  ผู้ที่มีใจบริสุทธิ์จะไม่คำนวณเล่ห์เหลี่ยม ไม่แบ่งแยก ไม่ยึดติด เมื่อเหตุการณ์มา จิตตอบสนอง  เมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้น จิตย่อมสงบนิ่ง  คนที่มีความเรียบง่ายในจิตใจ ย่อมเป็นอิสระโดยธรรมชาติ เพราะในส่วนลึกของจิต  ย่อมเชื่อมั่นว่า “ฉันกับโลกใบนี้คือหนึ่งเดียว”  แต่เมื่อใดที่มนุษย์คิดถึงแต่ตัวเอง จิตใจจะคับแคบลง และในพื้นที่ที่แคบนั้น แม้ปัญหาเล็กน้อย ก็ดูใหญ่โตขึ้นมาได้  แต่ตราบใดที่ใจมีความคิดเพื่อผู้อื่น ประตูแห่งจิตก็จะเปิดออก แสงสว่างจะส่องเข้ามา และความมืดก็จะสลายหายไปโดยสิ้นเชิง  


แต่บางคนกลัวว่า “ความซื่อจะทำให้เสียเปรียบ” แต่แท้จริงแล้ว ยิ่งมีจิตบริสุทธิ์เท่าใด บุญวาสนายิ่งมากขึ้นเท่านั้น  เพราะบุญวาสนาไม่ได้วัดจากสิ่งภายนอก แต่วัดจากใจของเรานั้นว่าสงบมั่นคงและอิสระหรือไม่ ดังนั้น เรามีบุญหรือไม่ ไม่ต้องถามใครผู้ใด  แค่มองดูใจของตนเองว่า อยู่ในความอยากไม่รู้จบ หรืออยู่ในความสงบและเป็นอิสระแค่นั้นก็พอแล้ว  


จุดประสงค์ของการประยุกต์ใช้ “เต้าเต๋อจิง”  ก็เพื่อ “บ่มเพาะบุญวาสนาและปัญญาควบคู่กัน” แต่แก่นแท้คือ “ฟ้าคนเป็นหนึ่ง” เพราะ “บุญ” นี้ ได้มาจากการสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนของการ “ให้กำเนิดและหล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง”  ซึ่งต้องอาศัยการทำตนเองให้ดีในโลกโลกีย์ที่จับต้องได้  ส่วน “ปัญญา” นี้ ก็คือการ “ให้กำเนิดสรรพสิ่งแต่ไม่ถือครอง”  ที่สร้างคุณความดีไว้แล้ว แต่ไม่ยึดมั่นถือมั่นในความสำเร็จนั้น  สิ่งนี้ต้องอาศัยการยกระดับจิตตนท่ามกลางวิถีแห่งเต้าที่จับต้องไม่ได้ 


อย่าได้สงสัยในปัญญาของนักปราชญ์  เพราะอารยธรรมกว่า 5,000 ปีได้พิสูจน์ความจริงเหล่านี้ไว้แล้ว ข้อเท็จจริงนั้น ยิ่งใหญ่กว่าคำพูดที่โอ่อ่าไพเราะ ดังนั้น จงอย่าแยกตัวเราออกจากผู้อื่น อย่าแยกวิถีมนุษย์ออกจากวิถีเต้า เรากับผู้อื่นล้วนเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ ฟ้ากับมนุษย์ก็ล้วนเป็นหนึ่งเดียวเช่นกัน  เมื่อเราฝังเมล็ดพันธุ์แห่ง “ฉันกับโลกคือหนึ่งเดียว” ลงในนาจิต

ด้วยเมล็ดพันธุ์นี้ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ย่อมสามารถเป็นได้ทั้งเสาหลักที่ตั้งมั่น หรือหญ้าเขียวชอุ่มที่เติมเต็มผืนดินอย่างงดงาม  บุญวาสนาไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้า เมื่อปัญญาเกิด บุญวาสนาก็จะหลั่งไหลมาเอง ทุกสิ่งล้วนดึงดูดมาจากพลังจิตทั้งสิ้น



🌹อรุณสวัสดิ์   ชีวิตมีไว้ มิใช่ให้ใช้อย่างรีบเร่งร้อนรน แต่จะต้องไปสัมผัสถึงความรู้สึกในขณะที่เดินทาง เมื่อยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางหุบเขาและท้องนภา สงบนิ่งคือกระจกสะท้อนใจของฉัน  เมื่อยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางผลได้ผลเสีย เพียงมีหนึ่งจิตแห่งความดีงาม ก็เพียงพอจะสร้างความสุขได้ยาวนาน  เมื่อยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายน้ำและขุนเขา เรามักจะได้พบกับตัวตนที่แท้จริงของเราเอง 


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ วันที่ 2 สิงหาคม  2568 🌹🌹🌹



ความคิดเห็น


Dao De Xin Xi logo
เกี่ยวกับเรา

มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล เป็นองค์กรการกุศล

ได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2541

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. การสังคมสงเคราะห์

2. ส่งเสริมการบำบัดโรคต่างๆ โดยวิธีการฝึกสมาธิ

3. ร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชน

    พัฒนาคน ให้มีคุณธรรม มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น

4. ดำเนินการ เพื่อสาธารณะประโยชน์

     

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารทางอีเมล์

© 2019 by Dao De Xin Xi Thailand

bottom of page