สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 18 กรกฎาคม 2568
- ไปไหนก็ไป Entertainment
- 18 ก.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
🌹ยิ่งรักษาสภาวะสงบนิ่งให้ดีได้เท่าใด ก็ยิ่งสามารถทำให้สิ่งรอบข้างจะพัฒนาเปลี่ยนแปลง
และตื่นรู้ได้ด้วยตนเอง
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

เนื้อหา “ปกครองอย่างสงบเรียบร้อย”
คำว่า “ปกครอง” หมายถึง ความถูกต้องตามทำนองคลองธรรม และยังหมายถึงเรื่องของหมู่ชน ประโยคนี้หมายความว่า วิถีในการบริหารจัดการของน้ำ ไม่ใช่การควบคุมสิ่งภายนอก แต่เป็นไปโดยธรรมชาติ สติปัญญาในการบริหารปกครองของมนุษย์ ไม่ใช่การใช้กำลังควบคุม แต่คือการฝึกตนให้มั่นคงและสร้างความสงบแก่ผู้อื่น ดังนั้น น้ำจึงสามารถชำระล้างสิ่งสกปรก และปรับความต่างระดับให้เท่ากันได้ ผู้บริหารที่มีปัญญาปราดเปรื่อง จะสันทัดในการประสานและปรับสมดุล ให้ทุกคนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และสามารถแสดงศักยภาพของตนออกมาได้เต็มที่ นี่แหละคือการ “ปกครองอย่างสงบเรียบร้อย”
"เต้าเต๋อจิง" บทที่ 27 กล่าวว่า "ดังนั้น อริยบุคคลมักช่วยเหลือผู้คน ไม่ทอดทิ้งผู้ใดสันทัดใช้สิ่งของอย่างเหมาะสมจึงไม่ทิ้งสิ่งใด” น้ำประสานสิ่งมีชีวิตโดยไม่ตั้งกฎ ไม่ควบคุม แต่สามารถทำให้สรรพสิ่งเข้าระบบได้โดยธรรมชาติ การบริหารจัดการก็เช่นกัน หากไม่เอาความชอบส่วนตัวเข้าปน ก็จะเห็นข้อดีของผู้อื่น ไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ จึงสามารถมองเห็นความกลมเกลียวของภาพรวมได้ ใช้จิตอันทรงพลังดวงนี้ไปขยายผล ออกมาเป็นแนวคิด เมื่อทำเช่นนี้ได้ ไม่ว่าจะประสบปัญหาอะไร ปัญหาย่อมถูกคลี่คลายไปเองโดยธรรมชาติ ดังนั้น จึงใช้ความยืดหยุ่น และพลิกแพลงหลากหลายในการแก้ปัญหา อีกทั้งไม่มีผลเสียตามมา ในสายตาของอริยบุคคล ทุกคนล้วนมีคุณค่าในตน และเขาสามารถดึงศักยภาพของแต่ละคนและนำไปใช้ในที่ที่เหมาะสม ทำให้ชีวิตของแต่ละคนฉายแสงอันเจิดจรัสในขณะที่กำลังพัฒนาเติบใหญ่ และช่วยขับเคลื่อนองค์รวมให้พัฒนาได้อย่างปรองดองสมานฉันท์
การปกครองที่ชาญฉลาดที่สุด ไม่ใช่การควบคุมบังคับ แต่คือการประสานและคลี่คลายอย่างราบรื่น แท้จริงแล้ว ทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมพันธกิจที่ต้องแบกรับไว้ หากแต่ละคนดำเนินไปตามวิถีชีวิตของตน โลกใบนี้ก็ดำเนินไปอย่างสงบสุขและลื่นไหลไปตามชะตาที่ลิขิตไว้ แต่น่าเสียดาย ที่จิตมนุษย์มักถูกความอยากเข้าครอบงำ จึงมีแต่ความอยากความโลภ เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้ระบบระเบียบถูกรบกวนจนวุ่นวายโกลาหล และจิตมนุษย์ก็เริ่มพะว้าพะวง ไม่เป็นที่สงบสุข ดังนั้น วงโคจรของชะตาชีวิตจึงเริ่มบิดเบือนและออกนอกลู่นอกทาง จนทำให้ซับซ้อน และพันกันยุ่งเหยิง ทำให้บ่วงแห่งกรรมตัดไม่ขาด คลี่ไม่ออก เหมือนข้าวต้มที่ถูกกวนจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร
บ่อยครั้งนัก เรามักคิดว่าตนเองกำลังต่อสู้รับมือกับโลกใบนี้ แต่แท้จริงแล้ว เรากำลังสู้รบและรับมือกับจิตของตนต่างหาก เมื่อเราทำตัวเองให้ดีแล้ว เพราะไร้อัตตา จึงไม่ต้องบังคับควบคุมอะไร และรอบตัวก็กลับสู่สมดุลได้เอง ฉันสงบนิ่งและว่างเปล่า สิ่งรอบข้างก็จะสงบเสงี่ยมเองตามธรรมชาติ ฉันไม่ก่อเรื่อง สิ่งรอบตัวก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นเอง ฉันไร้ทะยานอยาก สิ่งรอบตัวก็จะบริสุทธิ์เรียบง่ายเอง ดังนั้น การฝึกฝน “ปกครองอย่างสงบเรียบร้อย” ที่แท้ไม่ใช่การควบคุมผู้อื่น แต่คือการหวนกลับมาควบคุมตนเองให้ดีต่างหาก เพราะว่า “ฉัน” คือนายแห่งชีวิต และเป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่ง ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตาม ฉันล้วนมุ่งให้จิตของตนสงบมั่นคงเสียก่อน เมื่อจิตสงบมั่นคง ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์จึงเกิด และความบริบูรณ์ก็จะตามมา
ประเด็นสำคัญของหลักการ “ปกครองอย่างสงบเรียบร้อย” คือการแสวงหาจากภายในจิตตน เมื่อจิตยิ่งสงบและมั่นคง สิ่งรอบข้างก็จะเปลี่ยนแปลงและตื่นรู้ด้วยตนเอง
ถ้าทุกคนดำเนินชีวิตตามแนวทางของตนได้ดี ทางเดินข้างหน้าย่อมเป็นหนทางแห่งความสงบปลอดภัยอย่างแน่นอน ดังนั้น การฝึกฝนตนได้ดีจึงสามารถทำให้ผู้อื่นสงบสุข และการกระทำแบบอู๋เหวยจึงสัมฤทธิ์ผลอันยิ่งใหญ่
🌹อรุณสวัสดิ์ ชีวิตนี้ ครึ่งหนึ่งคือความเรียบง่ายของปากท้อง อีกครึ่งหนึ่งคือความฝันอันยิ่งใหญ่ หากหยอดเกลือสักนิด ก็จะเค็ม เหยาะน้ำหวานสักหน่อย ก็จะหวานฉ่ำ จะปรุงรสชาติของชีวิตแบบไหนอยู่ที่มือเรา สวิตช์ของความผาสุก อยู่ในน้ำมือของตน
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ วันที่ 2 มิถุนายน 2568 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น