สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง” เผยแพร่วันที่ 16 พฤษภาคม 2568
- ไปไหนก็ไป Entertainment
- 16 พ.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 พ.ค. 2568
🌹การดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องและการยกระดับของชีวิตได้ ล้วนต้อง
เชื่อมโยงกับเต้า (อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ)

สิ่งที่เรียกว่า “มูลรากฟ้าดิน” นั้น ก็เช่นเดียวกับ “ประตูแห่งมารดามหัศจรรย์” มิใช่เป็นรากที่มีรูป แต่เป็นพลังงานที่ไร้รูปลักษณ์ เมื่อเข้าใจความหมายของ “มูลรากฟ้าดิน” จะตระหนักรู้ว่า การดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องและการยกระดับของชีวิต ล้วนเกิดจากการเชื่อมโยงกับเต้า
เราจะมองเห็นภาพของคำว่า “ราก” ได้อย่างชัดเจน ในธรรมชาติ รากฝังอยู่ใต้ดิน และแผ่ขยายในแนวราบ เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงทั้งผืนป่า ส่วนรากระหว่างฟ้าดินนั้น เป็นเครือข่ายที่ซ่อนอยู่ในสิ่งไร้รูป เป็นตาข่ายจักรวาลที่โอบอุ้มทุกสรรพชีวิต เพราะสรรพสิ่งมีรากเหง้าเดียวกันที่เกี่ยวโยงไปมา ถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกจะแตกต่างกัน แต่แก่นแท้กลับเหมือนกันทั้งสิ้น ตั้งแต่ควอนตัมพันธะจนถึงดวงดาวในจักรวาล ตั้งแต่การแบ่งเซลล์จนกระทั่งความรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมของอารยธรรม ทุกสิ่งล้วนดำเนินอยู่ภายใต้กฎเดียวกันนั่นคือกฎแห่งการเกิดดับ นี่คือบทบาทของ “มูลรากฟ้าดิน”
บทที่ 16 กล่าวว่า “สรรพสิ่งมีหลากหลายตระการตา ต่างย้อนสู่แหล่งกำเนิด”
ในธรรมชาติ ขอเพียงรากยังอยู่ เมื่อฤดูใบไม้ผลิมา พืชพันธุ์ก็เติบโตได้เอง เมื่อใบไม้ร่วงหล่น ก็กลับคืนสู่แผ่นดิน กลายเป็นดินดีในฤดูถัดไปที่คอยหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ต่อไป สรรพสิ่งที่อยู่ภายใต้ฟ้าดินก็เป็นเช่นนี้ ปัจเจกบุคคลคือใบและกิ่ง เต้าและคุณธรรมคือรากแท้ เผ่าพันธุ์คือป่าเขา อารยธรรมคือผืนดิน “มูลรากฟ้าดิน” เก็บรักษาความทรงจำของจักรวาลไว้ เบื้องหลังของทุกการเกิดใหม่ ล้วนประทับร่องรอยของอดีต และเบื้องหลังของทุกการสร้างสรรค์ ล้วนถูกบ่มเพาะจากกาลเวลา
คำว่า “ราก” ของ “มูลรากฟ้าดิน” หมายถึง “การเชื่อมต่อ” เป็นการเชื่อมต่อทั้งความทรงจำ และการเวียนว่ายตายเกิด ท่านเหลาจื่อกล่าวว่า “ทุกสิ่งกำลังเจริญเติบโตตามวิถี ข้าได้สำรวจวัฏจักรของสรรพสิ่ง” ดังนั้น ชีวิตมิได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว การดำรงชีวิตต้องอาศัยการเชื่อมโยง เพราะว่า “มูลรากฟ้าดิน” มิได้อยู่ในอดีตหรืออนาคต หากแต่อยู่ในปัจจุบันและเชื่อมโยงกับเราในทุกขณะ
สำหรับเรา ถึงแม้จะใฝ่หาความมั่งคั่งที่ภายนอก แต่ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องระวังอย่าให้ขาดการเชื่อมต่อกับรากเหง้าเดิม หากอารยธรรมมนุษย์จะสืบสานต่อไปได้ ต้องฟื้นฟูสายสัมพันธ์กับ “มูลรากฟ้าดิน” ขึ้นมาใหม่ เราต้องเคารพธรรมชาติโดยการเปลี่ยนจากการปรับแต่งธรรมชาติ มาเป็น “เต้าดำเนินตามธรรมชาติ” เราต้องยับยั้งความโลภโดยเปลี่ยนจากการแสวงหาความมั่งมี มาเป็นการตามหาความ “สงบนิ่งเป็นแบบอย่างอันเลอเลิศทั่วหล้า ”
เราก็จะต้องสื่อเชื่อมกับพ่อแม่โดยเปลี่ยนจากการเลี้ยงดูท่านด้วยวัตถุ เป็นการสื่อเชื่อมทางใจ เพราะสิ่งที่ตั้งตระหง่านอย่างมั่นคง ไม่เคยถูกโค่นล้ม มิได้พึ่งพากิ่งใบดกงาม แต่อาศัยรากที่หยั่งลึกลงดินต่างหาก
ฉะนั้น ชีวิตจะดำรงอยู่และเจริญงอกงามได้ ต้องอาศัยการสื่อเชื่อมกับเต้า เพราะชีวิตทั้งหลายจะเจริญงอกงามได้ ก็โดยการรักษารากเหง้าดั้งเดิมไว้ และหยั่งรากลึกลงในผืนดินเท่านั้น จึงจะสามารถเติบใหญ่และตั้งตระหง่านอย่างสง่าผ่าเผย
🌹อรุณสวัสดิ์ ความคิดแวบแรกของความเมตตา สรรพสิ่งล้วนก่อคุณงามความดี ความคิดผุดขึ้นแวบแรก ก็พบเห็นข้อบกพร่องของคนอื่น จึงเป็นข้อบกพร่องอันยิ่งใหญ่ของตน ความคิดผุดขึ้นแวบแรก ก็พบเห็นความดีงามของผู้อื่น จึงเป็นความดีงามของตน
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น