สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 15 กรกฎาคม 2568
- ไปไหนก็ไป Entertainment
- 15 ก.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
🌹การสร้างตนเองขึ้นใหม่ จึงถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของชะตาชีวิต
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

สุภาษิตกล่าวว่า “คนมุ่งขึ้นสูง ส่วนน้ำไหลลงต่ำ” หากเรียนรู้จากน้ำ ก็จะสามารถฝ่าฟันความลำบาก พลิกชะตาได้อย่างแท้จริงหรือ คำตอบคือ ได้แน่นอน
คนมากมายเชื่อว่าโชคชะตาถูกกำหนดไว้แล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่แท้จริงไม่ใช่เลย เราควรไตร่ตรองคำถามที่ว่า “ใครเป็นผู้กำหนดชะตาของตนในวันนี้ แล้วใครกันที่สร้างโชคชะตาในวันข้างหน้า” ชะตาในปัจจุบัน เกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่เราเคยหว่านไว้ในอดีต
ส่วนชะตาในอนาคต ขึ้นอยู่กับการเลือกสรรของเราในขณะนี้ ดังนั้นผู้กำหนดชะตาชีวิต ก็คือเราวันยังค่ำอยู่ดี ดังนั้น ชะตาชีวิตจึงไม่ได้ตายตัวหรือแก้ไขไม่ได้ แต่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ของจิตที่พาไป วันนี้ หากเราคิดทบทวนตนเองสักครั้ง ช่วยเหลือผู้อื่นอีกสักนิด
นั่นคือการปรับคลื่นความถี่ของชะตาชีวิตเรา
"เต้าเต๋อจิง" บทที่ 23 กล่าวว่า “ผู้ที่สอดคล้องเต้า เต้าก็ยินดีเคียงข้างเขา” เมื่อเราบ่มเพาะคุณธรรมและตื่นรู้แล้ว ความยึดมั่นในอัตตาก็เริ่มละลายหายไป เมื่อเรายืนหยัดแก้ไขตนเอง โชคชะตาก็เริ่มเปลี่ยนทิศทาง สิ่งที่ไม่ดีในอดีต หากตามไม่ทันคลื่นความถี่ใหม่ของเรา สิ่งนั้นก็จะหลุดหายไปเอง ดังนั้น เมื่อคุณธรรมสะสมมากขึ้น ปัญหาทั้งหลายก็จะคลี่คลายไปเองโดยธรรมชาติ เพราะเมื่อชีวิตสามารถเปล่งประกายฉายแสงอย่างเจิดจรัสแล้ว เงาย่อมอันตรธานหายไปเอง เมื่อเราได้กลายเป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ โคลนตมย่อมจมลงใต้ท้องทะเลเองโดยธรรมชาติ
สันทัดการเกื้อกูลสรรพสิ่ง คือเครื่องวัดตวงและปรับแก้การกระทำของเรา
แต่ก่อนอื่น จะต้องเพียบพร้อมด้วยองค์ประกอบที่เปี่ยมด้วยจิตที่ “อ่อนโยนไม่แก่งแย่ง” คอยค้ำจุน และการปฏิบัติที่ “ใช้ความถ่อมตนชำระความขุ่นมัว” อย่างต่อเนื่อง
ความอ่อนโยนไม่แย่งชิง ไม่ใช่การประนีประนอมเพื่อให้เรื่องจบอย่างสงบ แต่คือหนทางสู่การมองเห็นสัจจธรรม และกลับคืนสู่ความเป็นธรรมชาติแท้ของตน "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 4 กล่าวว่า “ทำลายความฮึกเหิมบาตรใหญ่ สลายข้อพิพาท กลมกลืนแสง คลุกเคล้าฝุ่น”
ดวงอาทิตย์ส่องแสงทั่วสรรพสิ่งโดยไม่แบ่งแยก กระจกสะท้อนทุกสิ่งณ ขณะนั้น โดยไม่เลือกสรรตามอำเภอใจ จิตของเราก็เช่นเดียวกัน หากละวางการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายได้ จึงจะสามารถปลดปล่อยศักยภาพแท้ของตนออกมา
ความอ่อนโยนไม่ชิงดี คือธรรมชาติแท้ของชีวิต หากอยากฟื้นพลังภายในกลับมา ต้องเริ่มจาก “การไม่ตัดสินผู้อื่น” เมื่อเราไม่เร่งรีบที่จะสรุปสิ่งต่าง ๆ แต่หันมาเฝ้ามองอย่างสงบ และมองอย่างเสมอภาค จิตเราก็จะฟื้นคืนสู่ความเป็นปกติ แท้จริงแล้ว การฝึกจิตไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นใครคนอื่น เพียงแค่ให้จิตภายในปลดเปลื้องการพิพากษาทุกสิ่ง ความเป็นตัวตนแท้จริงก็จะเผยออกมาเอง
เมื่อมีจิตอ่อนโยนไม่แย่งชิง จึงจะเริ่มพูดถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนที่สามารถแปรขุ่นมัวให้ใสได้ ความอ่อนน้อมถ่อมตนคือการกลับคืนสู่ธรรมชาติแห่งเต้า ยอมรับในความธรรมดาสามัญอย่างสมัครใจ แต่ยังคงพากเพียรอย่างเงียบ ๆ การแปรความเปื้อนให้สะอาด คือการวางอัตตาลง ลดการตัดสิน จึงพบกับความเป็นอิสระอีกครั้ง “ใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตนแปรความเปื้อนให้สะอาด” ไม่ใช่ความขลาดเขลาเพื่อหลีกหนี แต่คือความกล้าหาญและตื่นรู้ ดังนั้นจึงสามารถมองเห็นความจริงชัดกระจ่าง และย้อนกลับมาค้นหาที่ตัวเอง
อุปสรรคในชีวิต มิใช่เพราะโชคชะตาอันเลวร้ายนำพา แต่เราเป็นผู้เลือกสรรชีวิต ณ ปัจจุบันขณะด้วยน้ำมือของตนเอง จะดีหรือร้าย ขึ้นอยู่กับการมองด้วยจิตแบบใด เราก็จะรู้สึกแบบนั้น การหลุดพ้นจากความทุกข์ มีเพียงสิ่งเดียวที่ขาดไปคือ "การตื่นรู้" เหตุที่ผู้คนมักหลงทิศผิดทาง ไม่ใช่เพราะไม่รู้ แต่เพราะหลงคิดว่าตนรู้ดีแล้ว นั่นคือความมัวหมองในจิต
แท้จริงแล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นการจัดวางที่ดีที่สุด ความทุกข์คือมหาวิทยาลัยระดับสูงของชีวิต ในภาวะยากลำบาก หากเราหวนกลับไปทบทวนอดีต ก็จะพบจุดบกพร่อง
หากรู้จักตนเองอย่างถ่องแท้ ก็จะเห็นเส้นทางที่ชัดเจน หากถ่อมตนถามไถ่ ก็จะสะสมสู่การพัฒนาเติบโต นั่นแหละคือการลงมือปฏิบัติของ “ใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตนชำระสิ่งขุ่นมัว”
ดังนั้น การเรียนรู้จากน้ำ จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรค พลิกชะตาได้ไหม ได้แน่นอน คุณสมบัติของน้ำ 3 ประการดังนี้ ใช้ “คุณธรรมแห่งการเกื้อกูลสรรพสิ่ง” เพื่อเข้าถึงภาวะอันประเสริฐที่สุด ใช้ “จิตอ่อนโยนไม่แย่งชิง” เพื่อเข้าถึงการรู้แจ้งในเต้า และใช้ “การปฏิบัติที่อ่อนน้อมถ่อมตน ชำระความขุ่นมัว” เพื่อเปลี่ยนหนทางแห่งโชคชะตา หากเราปฏิบัติในคุณสมบัติทั้งสามนี้มากขึ้นอีกนิด พลังภายในก็จะเพิ่มพูนขึ้นอีกหน่อย การสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่จากภายใน คือจุดเปลี่ยนของโชคชะตาอย่างแท้จริง
🌹อรุณสวัสดิ์ ชีวิตนี้ ครึ่งหนึ่งคือความเรียบง่ายของปากท้อง อีกครึ่งหนึ่งคือความฝันอันยิ่งใหญ่ หากหยอดเกลือสักนิด ก็จะเค็ม เหยาะน้ำหวานสักหน่อย ก็จะหวานฉ่ำ จะปรุงรสชาติของชีวิตแบบไหนอยู่ที่มือเรา สวิตช์ของความผาสุก อยู่ในน้ำมือของตน
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น