top of page

สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 14 มิถุนายน 2568

🌹เมื่อปัญญาเกิด ย่อมเห็นความจริงได้อย่างแจ่มชัด และรู้แนวทางชีวิตได้อย่างแม่นยำ

อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ


นักปราชญ์กล่าวว่า “ฟ้าดินไม่อยู่เพื่อตน จึงอยู่ยั่งยืน” นี่คือกฎแห่งธรรมชาติ  แต่บางคนกลับว่า “ทำดีกลับไม่ได้ดี”  ก็คือความเป็นจริงในโลกโลกีย์เช่นกัน แล้วเราควรเชื่อสิ่งใดในสองสิ่งนี้  มีเพียงสติปัญญาเท่านั้น ที่ทำให้เรารู้แจ้งความจริง และเลือกทางเดินได้แม่นยำ


“เต้าเต๋อจิง” บทที่ 73 กล่าวว่า “ตาข่ายฟ้ากว้างใหญ่ไพศาล แต่ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดได้”

วิถีสวรรค์เปรียบเสมือนตาข่ายกว้างใหญ่ไร้รูป แม้เงียบงันไร้เสียง แต่ก็ไม่เคยคลาดเคลื่อนแม้เพียงเศษเสี้ยวของเส้นผม แต่ช่วงระหว่างการหว่านเมล็ดพันธ์ในฤดูใบไม้ผลิ กับการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง ยังมีอีกหลายฤดูกาลที่คั่นกลาง คอยขยายเวลาให้ผลผลิตสุกงอมอย่างค่อยเป็นค่อยไปฉันใด การทำความดีและการได้รับผลแห่งบุญ ก็ต้องการเวลาในการบ่มเพาะฉันนั้น


  

“เต้าเต๋อจิง” บทที่ 45 กล่าวว่า  “ความร้อนสยบความหนาวเหน็บ ความสงบนิ่งสยบความร้อนรน”  คำว่า “สยบ” นี้ หมายถึง เมื่อสิ่งใดเจริญถึงที่สุด ย่อมเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งตรงกันข้าม แต่ก่อนที่รูปธรรมจะปรากฏ การเคลื่อนไหวของพลังงานได้ดำเนินอยู่เงียบๆก่อนแล้ว

เพราะ “ไม่มี” นั้นมีคลื่นสั่นสะเทือนสูงกว่าสิ่งที่ “มี” อยู่ ดังนั้น แนวโน้มของการเปลี่ยนกลับย่อมเกิดก่อนผลลัพธ์จะเผยออก  เพราะฉะนั้น หากความดียังไร้ผลตอบแทน หรือความชั่วยังไม่ถูกลงโทษ ก็แสดงว่า ทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการสะสมทางปริมาณอยู่


บางคนเห็นคนดีตกอยู่ในความลำบาก ก็เริ่มตั้งคำถามต่อกฎแห่งกรรม นี่เป็นการยึดติดในภาพภายนอก และละเลยแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลง ในชีวิต มนุษย์แต่ละคนต่างกำลังใช้ชีวิตที่ตนเองนัดหมายไว้ การฝึกปฏิบัติและการทำความดี อาจเปลี่ยนเส้นทางของอนาคตได้ แต่ไม่อาจลบล้างร่องรอยในอดีตเพราะกฎแห่งกรรมคือผลของการรักษาความสมดุลในวิถีเต้า  ผู้ปลูกหว่าน ก็ต้องเป็นผู้เก็บเกี่ยว ไม่มีผู้ใดทำแทนกันได้  แต่ตราบใดที่ได้รับผลกรรมนั้น ก็ไปรับอย่างนั้นเถิด สักวันหนึ่งกรรมนั้นก็จะจากไปเอง


แท้จริง หากเราเข้าใจกฎแห่งกรรมอย่างถ่องแท้ เราก็จะตระหนักว่า การเริ่มต้นทำความดี และเป็นคนดีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนั้น สำคัญต่ออนาคตเพียงใด  เพราะ“พลังแนวโน้ม” ของการเปลี่ยนแปลง สำคัญยิ่งกว่าการปรากฏของ “รูปลักษณ์ภายนอก” เสียอีก   ความเป็นจริง ผู้มีความดี ย่อมได้รับผลแห่งความดีแน่นอน หากยังไม่ได้รับ นั่นเพราะหนี้เก่ายังไม่สิ้น แต่เมื่อหมดแล้ว ความสุขจะหลั่งไหลเข้ามาดุจมหาสมุทร ส่วนคนชั่วที่ยังไม่ถูกลงโทษ นั่นเพราะยังมีบุญเก่าคุ้มอยู่ แต่เมื่อบุญหมด กรรมจะสะสมจนเต็มเปี่ยม จนกระทั่งไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อแม้เพียงวันเดียว   



บางครั้ง เราเห็นคนดีเผชิญกับความทุกข์ ก็พลันคิดว่าทำดีกลับไม่ได้ดี หารู้ไม่ว่า ความทุกข์นั้นหาใช่เกิดจากความดีไม่ ตรงกันข้าม มันเกิดจากความดีที่ยังทำไม่พอต่างหาก

หากในอดีตเรามีความดีงามเพียงพอ มีจิตที่ไม่เห็นแก่ตัวเพียงพอ และคิดเพื่อผู้อื่นเพียงพอ ปัจจุบันเราก็จะเปี่ยมด้วยความดีสูงสุดเหมือนดั่งน้ำ และปลายทางคือความยั่งยืนดุจฟ้าดิน หากยังไม่ใช่เช่นนั้น แสดงว่าเรายังทำได้ไม่พอ  เรื่องเช่นนี้ เราต่างรู้แก่ใจว่า ฟ้าดินได้เป็นตัวอย่างอันดีงามมานานแล้ว แทนที่จะสงสัย มิสู้ลงมือปฏิบัติจะไม่ดีกว่าหรือ



แท้จริง ที่กล่าวว่า “ทำดีได้ดี” นั้น ไม่ได้ขึ้นกับคำตัดสินของโลกภายนอก แต่อยู่ที่ความสว่างไสวภายในจิตต่างหาก การเรียนรู้และประยุกต์ใช้ “เต้าเต๋อจิง” ต้องมองทะลุสิ่งมีรูป เพื่อให้มองเห็นสิ่งไร้รูป  เราต้องเห็นการไหลเวียนของพลังงานที่ไร้รูป ซึ่งซ่อนเร้นอยู่ข้างหลังสิ่งมีรูป  นั่นคือ  “แนวโน้มของพลัง”  หากมองเห็นแนวโน้มได้ก่อนที่สิ่งใดจะปรากฏ เราก็จะเข้าใจกฎแห่งกรรมล่วงหน้า เห็นผลลัพธ์ก่อนที่จะเกิด นี่แหละคือสติปัญญา  เมื่อมีสติปัญญาแล้ว คนคนหนึ่งก็จะสามารถเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง อีกทั้งยังสามารถควบคุมเส้นทางชีวิตของตนเองได้  นี่คือความหมายที่แท้จริงของการฝึกฝนหลอมหล่อ


🌹อรุณสวัสดิ์ ผู้ทำคุณงามความดี ดูเหมือนเป็นคนโง่เขลาที่สิ้นเปลืองเวลาและกำลัง แท้จริงแล้ว กลับเป็นวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ที่ถูกปลูกฝังลึกลงไปข้างใน โชคลาภและสิริมงคลกำลังให้รางวัลอันงดงามแก่เราอย่างเงียบ ๆ



อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ วันที่ 28 เมษายน 2568 🌹🌹🌹

ความคิดเห็น


Dao De Xin Xi logo
เกี่ยวกับเรา

มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล เป็นองค์กรการกุศล

ได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2541

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. การสังคมสงเคราะห์

2. ส่งเสริมการบำบัดโรคต่างๆ โดยวิธีการฝึกสมาธิ

3. ร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชน

    พัฒนาคน ให้มีคุณธรรม มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น

4. ดำเนินการ เพื่อสาธารณะประโยชน์

     

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารทางอีเมล์

© 2019 by Dao De Xin Xi Thailand

bottom of page