สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
- ไปไหนก็ไป Entertainment
- 1 ก.พ.
- ยาว 1 นาที
🌹 ผู้ที่อำนวยพรแก่สรรพสิ่ง พรนั้นย่อมบังเกิดแก่ใจตน
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

โลกใบนี้ดุจกระจกเงา เมื่อเราเพ่งจิตอำนวยพรให้ผู้อื่น ฟ้าดินก็จะมอบพรกลับคืนมาอย่างเต็มเปี่ยม สิ่งที่แต่ละคนมอบออกไป ล้วนเป็นสิ่งที่มีอยู่ในใจตน เมื่อใช้ทั้งกายและใจอำนวยพรให้โลกใบนี้ ก็จะสัมผัสได้ถึงความเปี่ยมล้นและความสงบในใจ เมื่อมองทุกสิ่งที่ได้ครอบครองด้วยจิตแห่งการสำนึกบุญคุณ ก็จะพบว่า พรที่อยู่รอบกายกำลังเพิ่มพูนไม่หยุด
บนเส้นทางชีวิต คำอวยพรที่เรามอบให้ตนเอง คือพลังขับเคลื่อนให้เดินหน้าต่อไป การอำนวยพรคือแรงปรารถนาอันแรงกล้า มีคำอำนวยพรคอยเติมพลังใจ ต่อให้ต้องเผชิญกับห่าฝนหนักหนาขนาดไหน ก็จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อมีพลังปณิธานอันแน่วแน่คอยค้ำจุนพลังชีวิต ไม่ว่าเมื่อใดก็ยังคงเติบโตอย่างเข้มแข็ง
คำอำนวยพรดุจเชื้อไฟที่ทำให้ดวงประทีปในจิตไม่มอดดับ ประทีปดวงนี้สามารถเปล่งประกายคุณสมบัติเต้าให้สว่างไสว และนำเราคืนสู่เส้นทางสายใหญ่แห่งการกลับบ้าน
บัดนี้ ให้เราเข้าสู่ “เต้าเต๋อจิง” บทที่ 15 มีคติเตือนใจ 3 ข้อ ซึ่งชี้นำเส้นทางตรงสู่สวรรค์
คติเตือนใจ 1 “นับแต่โบราณมา ผู้ปฏิบัติตามเต้า ย่อมหยั่งรู้ได้อย่างล้ำลึก จนมิอาจหยั่งถึง เพราะมิอาจหยั่งถึง จึงฝืนพรรณนาด้วยลักษณะ ดังต่อไปนี้”
“นับแต่โบราณมา ผู้ปฏิบัติตามเต้า” มิได้สูงส่งจนผู้คนต้องแหงนมอง แต่กลับเรียบง่ายจนถูกผู้คนมองข้าม เพราะพลังของเขาเก็บรักษาไว้ภายใน มิได้ประจักษ์สู่ภายนอก ภายนอกของเขาสุขุมสำรวม ถ่อมตน และไม่ขัดหูขัดตาผู้ใด ขณะที่ภายในกลับไหลลื่น สว่างไสว และเชื่อมต่อถึงกันรอบด้าน เพราะชีวิตไม่มีคำตอบมาตรฐานตายตัว เราจึงแยกแยะ “ผู้ปฏิบัติตามเต้า” จากรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ การเรียนรู้เต้าจำต้องใช้ใจ ความรู้สึกจากใจนั้นแม่นยำที่สุด
คติเตือนใจ 2 “รอบคอบ เหมือนเดินอยู่บนธารน้ำแข็งที่เปราะบาง ตื่นตัวระมัดระวัง เหมือนกริ่งเกรงเพื่อนบ้าน สำรวม เหมือนเป็นแขกผู้มาเยือน อิสรเสรี เหมือนหิมะที่กำลังละลาย ใสซื่อ เหมือนธรรมชาติที่เรียบง่าย จิตกว้างขวาง เหมือนหุบเขา โง่งมสับสน เหมือนน้ำที่ขุ่นมัว”
การฝึกเต้าคือการขัดเกลาจิต คือการฝึกความรอบคอบ ความเคารพยำเกรง ความนอบน้อม ใจอิสระไม่ผูกพัน ความเรียบง่าย ความกว้างขวาง และการให้อภัย หัวใจทั้งเจ็ดนี้ มิได้แสวงหาจากภายนอก แต่อยู่ที่การหวนสู่ภายใน เพราะการตื่นรู้เริ่มต้นได้จากภายในใจเท่านั้นการขัดเกลาคุณสมบัติเต้าให้สว่างไสว สิ่งแรกที่ต้องจุดประกาย คือดวงประทีปทั้งเจ็ดของตน ฝึกฝนมากเพียงใด ก็ย่อมได้รับผลกลับคืนมากเพียงนั้น
คติเตือนใจ 3 “ใครสามารถหยุดยั้งน้ำที่ขุ่นมัวได้ ด้วยความสงบนิ่งเท่านั้น จึงทำให้น้ำใสได้ ใครสามารถรักษาความสงบยาวนานได้ ด้วยการเคลื่อนไหวที่คึกคักมีชีวิตชีวาเท่านั้น ผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งเต้า ย่อมไม่เรียกร้องเต็มเปี่ยม เพราะไม่เปี่ยมล้น จึงสามารถรุเก่ารับใหม่ได้”
มนุษย์มีความสามารถสำคัญอยู่สองประการ หนึ่งคือ “แปรความขุ่นมัวให้เป็นความใสสะอาด” สองคือ “แปรความสุขสบายให้เป็นพลังชีวิต” ในชีวิต การหวาดระแวงผู้อื่นมิสู้จัดการตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง และการตัดสินผู้อื่นมิสู้สำรวจจิตตน ไม่ว่าเมื่อใด อย่าหลงทะนงตน การปฏิบัติสิ่งใดอย่าทำจนสุดโต่ง เผื่อเหลือเผื่อขาดบ้าง คำพูดการกระทำก็ควรเหลือทางหนีทีไล่บ้าง เผื่อพื้นที่ให้ผู้อื่น ก็ย่อมมีที่ว่างให้ตนเอง ไม่เปี่ยมล้น จึงสามารถขจัดเก่าสร้างใหม่ได้ เมื่อรู้จักถอย กลับยิ่งก้าวหน้าได้อีกขั้นหนึ่ง เปรียบเสมือนการยืนอยู่บนยอดเสาสูงร้อยศอก แต่ก็ยังสามารถก้าวไปข้างหน้าได้
ปีใหม่กำลังจะมาถึง การอำนวยพรคือการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความปรารถนาดี บนเส้นทางชีวิต ต่อให้เกิดมาแตกต่างกัน หากมีความปรารถนาดีสักหนึ่งส่วน ไว้เคารพและอวยพรกันและกัน ทุกคนก็ย่อมอยู่กันได้อย่างสงบผาสุก จงใช้คำอำนวยพรนำทางให้กับตนเองเถิด ขอเพียงเราก้าวเดินไป ขวากหนามย่อมถอยหลัง ขอเพียงเราเปล่งประกาย ความมืดก็ต้องหลีกทางให้ทันที จงอวยพรตนเอง ให้ดอกไม้เบ่งบานตลอดทาง และเส้นทางในวันข้างหน้าของเราก็เช่นกัน
เพื่อนรัก
กาลเวลาไม่เคยทรยศต่อความพากเพียรและการทุ่มเท และยิ่งไม่เคยทอดทิ้งใจที่เรียบง่ายบริสุทธิ์และยืนหยัดไม่ย่อท้อของเรา สุดท้ายทุกสิ่งย่อมกลายเป็นอดีต ขอให้ยิ้มรับความวุ่นวายและสัมผัสความงดงามของชีวิตในปีใหม่นี้
ขอให้ทุกคนยืนยันความเป็นตัวของตนเอง ยืนหยัดในความเชื่อความศรัทธา รักษาความดีงาม และอวยพรต่ออนาคตของตนเอง
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง 1 กุมภาพันธ์ 2569 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น