สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569
- ไปไหนก็ไป Entertainment
- 5 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
🌹ชีวิตนี้ ผู้ที่ดำเนินตามหลัก “อู๋เหวย” ย่อมสร้างการกระทำอันยิ่งใหญ่ได้
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

โลกในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างฉุกละหุก ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา เหมือนกำลังเตือนเราว่า วันข้างหน้าอาจไม่ได้ยาวไกลเสมอไป และการบอกลาว่า “แล้วพบกันใหม่” ก็อาจไม่ได้พบกันอีกเลย หากเราให้ความสำคัญเพียงชื่อเสียง ลาภยศ และทรัพย์สิน ความรกร้างทางจิตใจที่ตามมา จะทำให้ชีวิตบิดเบี้ยว หลงทิศผิดทาง และเมื่อเต้าคุณธรรมเสื่อมถอย ชีวิตก็จะวุ่นวายสับสนอย่างใหญ่หลวง
ความทุกข์ยากในชีวิต ล้วนเกิดจากสภาวะของจิตทั้งนั้น เมื่ออยากได้แต่ไม่ได้ นั่นคือทุกข์ หากปล่อยวางไม่ได้ นั่นคือความโกรธเคือง แท้จริงแล้ว ทุกความรู้สึกก็เหมือนดาวตกที่พุ่งผ่านท้องฟ้ายามราตรี ส่วนตัวเรานั้น คือท้องฟ้ายามราตรีที่ให้อภัยและโอบรับทุกสิ่งไว้ อย่ารีบด่วนตัดสินว่าอะไรคือ “ราบรื่น” หรือ “อุปสรรค” ที่ใดทำให้คนเราเติบโตได้ ที่นั่นก็คือความราบรื่น ที่ใดทำให้คนเราถดถอย ที่นั่นย่อมเป็นอุปสรรค สิ่งที่เราควรทำ คือวางเรื่องของผู้อื่นลงแล้วหันกลับมาฝึกฝนตนเอง เมื่อความราบรื่นมาถึง ก็ต้องฝึก “ความมั่นคงของจิต” เมื่ออุปสรรคมาถึง ก็ต้องฝึก “ปัญญา” เมื่อจิตมั่นคงแล้ว ความราบรื่นและอุปสรรคก็จะหมุนเปลี่ยนไปเอง เมื่อปัญญาเกิด ปัญหาก็จะคลี่คลายไปเอง
หากใจดำรงอยู่ในอู๋เหวย ก็จะปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติ จึงอิสรเสรีเหนืออื่นใด “เต้าเต๋อจิง” บทที่ 20 มีคติเตือนใจอยู่ 3 ข้อ ทำให้เราเห็นความแตกต่างระหว่างอริยบุคคลกับปุถุชน ในเรื่องของ “อู๋เหวย” และ “การฝืนกระทำ” ซึ่งทำให้เราเข้าใจ “อู๋เหวย” ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะนี้ ขอให้เราเข้าสู่เนื้อหานี้ไปพร้อมกัน
คติเตือนใจ 1 “ความรู้อันล้ำลึก ทำให้จิตใจไร้กังวล ระหว่างนอบน้อมและหยิ่งยโส ต่างกันเพียงใด ระหว่างดีงามและชั่วร้าย ต่างกันเพียงใด สิ่งที่ผู้คนหวาดหวั่น ไม่หวาดหวั่นก็ไม่ได้”
“ความรู้อันล้ำลึก ทำให้จิตใจไร้กังวล” พูดอีกนัยหนึ่งคือให้ละทิ้งความรู้จอมปลอม จึงทำให้ไร้กังวล มิได้หมายความว่าไม่ต้องเรียนรู้ แต่หมายถึง การเปลี่ยนจากความรู้ที่สับสนหลากหลายให้กลับคืนสู่ความเป็นหนึ่ง จากการมองเพียงผิวเผิน สู่การเข้าถึงรากแท้ หากจะต้องเรียน ก็จงเรียนวิชาของเต้าให้แตกฉานและทรงพลังที่สุด หากจิตของคนคนหนึ่งห่างเหินจากเต้า เขาก็จะหวั่นไหวทั้งต่อคำยกย่องและคำดูหมิ่น จนสูญเสียการควบคุมชีวิตตนเอง การฝึกเต้าคือการเข้าใจกลไกพื้นฐานของชีวิต และตระหนักชัดว่า “ทุกสิ่งตนเป็นผู้สร้าง และไม่มีโชคชะตาใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ” เมื่อมนุษย์รู้จักเคารพยำเกรง เขาก็จะยอมรับกรรมที่ตนก่อ เมื่อปล่อยวางจิตที่แบ่งแยก คอยชำระล้างตนเองอยู่เสมอ และมีความเคารพยำเกรงอยู่ตลอดเวลา เดินอย่างมั่นคงในทุกย่างก้าว ท้ายที่สุด จะนำมาซึ่งชีวิตที่มั่นคง ไร้กังวล และเป็นอิสระตลอดชีวิต
คติเตือนใจ 2 “เรื่องเหลวไหลเลื่อนลอย มักจะไม่มีบรรทัดฐาน ผู้คนต่างปีติเริงร่า
คล้ายกำลังร่วมงานเลี้ยงฉลอง เหมือนอยู่บนหอคอย ชื่นชมทิวทัศน์ยามฤดูใบไม้ผลิ
แต่ข้ากลับอยู่ลำพังอย่างสงบ ไม่ร่วมยินดียินร้าย ข้าใสซื่อบริสุทธิ์ เหมือนดั่งทารกที่ไร้เดียงสา ข้าอยู่อย่างสมถะไม่ผูกพัน เหมือนผู้พเนจรเร่ร่อนไม่มีแหล่งพัก ผู้คนต่างมีสมบัติเหลือเฟือ แต่ข้ากลับขัดสน ข้าช่างมีจิตโง่เขลาเช่นนี้แล”
ความทุกข์และความกังวลของมนุษย์ ล้วนเกิดจากภายนอกที่ยึดติดในรูปธรรม และภายในที่ยึดติดใน “ตัวฉัน” ดังนั้น ผู้คนในโลกมักไล่ตามความหรูหราฉาบฉวย และหลงใหลความสุขทางวัตถุ แต่ผู้มีเต้ากลับดำเนินตามวิถีเต้า และหันใจกลับเข้าสู่ภายใน ใช้ “จิตดุจคนเขลา” เพื่อรักษา “จิตวิญญานอันไม่เขลา” เอาไว้ ตลอดเส้นทางชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ภายนอก ล้วนเกิดจากการแปรเปลี่ยนคุณธรรมที่ภายใน เมื่อใช้จิตแห่ง “อู๋เหวย” สร้างกลไกแห่งการแปรเปลี่ยนบุญกุศล ทุกสิ่งก็จะเกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องดิ้นรนร้องขอ เมื่อดำรงอยู่ในอู๋เหวย จึงไม่มีสิ่งใดจัดการไม่ได้ นี่คืออิสรภาพอันยิ่งใหญ่ที่แท้จริง
คติเตือนใจ 3 “ผู้คนต่างรอบรู้และเข้าใจ แต่ข้ากลับสับสนเลอะเลือน ผู้คนต่างฉลาดหลักแหลม แต่ข้ากลับซื่อสัตย์จริงใจ ล่องลอยไป เหมือนคลื่นทะเล ล่องลอยไป เหมือนลมพัดโหมโดยไร้จุดหมาย ผู้คนต่างมีผลงาน แต่ข้ากลับดื้อรั้นโง่งม ลำพังข้าผิดแผกแตกต่างจากผู้คน เพียงเพราะพึ่งพิงมารดา ผู้หล่อเลี้ยงฟูมฟักสรรพสิ่ง”
ผู้คนเต็มไปด้วยกิเลสแต่ผู้มีเต้ากลับไร้ความอยากและดำรงอยู่ในอู๋เหวยตลอดกาล
ดังนั้น ผู้คนจึงเดินสวนทางกับวิถีเต้า แต่ผู้มีเต้ากลับกลมกลืนไปกับเต้า เหมือนเด็กน้อยที่ผูกพันกับมารดา หรือผู้พเนจรที่ได้กลับบ้าน เพราะเขายึดมั่นในหนทางแห่งเต้าแต่ต้นจนจบไม่เคยปล่อยมือ แต่แท้จริงแล้ว ไม่มีเต้าใดที่อยู่นอกใจ ใจของเราคือหนทางเดียวที่จะกลับคืนสู่บ้านแห่งจิตวิญญาณ มีเพียงนำใจกลับมา จึงจะกลับคืนสู่ต้นกำเนิดได้ ฟ้าดินหล่อเลี้ยงสรรพสิ่งด้วยวิถีอันชอบธรรม มนุษย์ก็ควรตั้งมั่นอยู่ในโลกใบนี้ด้วยใจที่จริงแท้เช่นกัน แท้จริงแล้ว หัวใจดั้งเดิมของทุกคนเข้มแข็งอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องแสวงหาจากภายนอก
ชีวิตหนึ่งของมนุษย์ หากใจดำรงอยู่ในอู๋เหวย ก็จะดำรงอยู่อย่างอิสระและคล้อยตามธรรมชาติ เส้นทางบนโลกนั้นยาวไกล เมื่อใจสับสน ความทุกข์ก็เกิด เมื่อใจสงบ แม้ภูเขาและทะเลก็ดูราบเรียบสงบนิ่ง เมื่อเดินผ่านโลกแห่งความวุ่นวาย จงชำระฝุ่นในใจ การตั้งมั่นอยู่ในอู๋เหวย ถึงแม้กายอยู่ท่ามกลางสถานการณ์อันวุ่นวายโกลาหล แต่ใจกลับไม่ถูกสถานการณ์นั้นครอบงำ เมื่อภายในใจมี “ความว่าง” ตั้งมั่นอยู่ ทุกสิ่งภายนอกจะมีรากยึด จึงไม่เคว้งคว้าง
ใช้ใจแห่งอู๋เหวยในการทำสิ่งต่าง ๆ เมื่อทำแล้วก็ปล่อยวาง กลับจะยิ่งได้มาโดยไม่ต้องแสวงหา
ผู้ที่สามารถเอาชนะใจตนเองได้ ย่อมสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ได้
เพื่อนที่รักทุกท่าน
เดือนมิถุนายนเข้าสู่ครีษมายัน สรรพสิ่งกำลังเจริญงอกงาม “อู๋เหวย” มิใช่การไม่ทำอะไรเลย แต่คือการดำเนินไปตามวิถีธรรมชาติ ปล่อยให้ดอกไม้เป็นดอกไม้ ให้ต้นไม้เป็นต้นไม้ และให้ทุกคนได้เป็นตัวของตนเอง นี่คือการกระทำอันยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างฟ้าดิน หากทำได้จริง ย่อมได้รับผลอันยิ่งใหญ่ที่สุดจากฟ้าดินโดยธรรมชาติ
ขอให้เราได้สั่งสมพลังที่บ่มเพาะจากอู๋เหวย เติบโตอยู่ในความสงบนิ่ง และเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ย่อมได้เห็นผลอันอุดมเต็มยุ้งฉาง
ขอให้ใจดำเนินไปตามวิถีแห่งฟ้าดิน เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติของอู๋เหวย ให้กายสอดคล้องกับธรรมชาติ และเผชิญทุกสิ่งด้วยความสงบผ่อนคลาย
ขออวยพรให้ทุกครอบครัวมีความสุขสงบ สุขภาพแข็งแรง วาสนายืนยาว และสมปรารถนาเป็นสิริมงคลทุกประการ
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง 1 กรกฎาคม 2569 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น