top of page

“จดหมายลาออกจากงาน” ฉบับที่ทำให้คนตื่นรู้ : อิ๋งสี่



คนเรานั้นมองเห็นตนได้ชัดเจนท่ามกลางการทำงาน ยิ่งท่ามกลางความทุกข์จะตื่นรู้ตน ความไม่สบายเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่ให้ตนเจริญพัฒนา


วันที่ 23 พ.ย. ดิฉันได้รับจดหมายลาออกจากงานของผู้อำนวยการบริษัทซินอวิ้นอิ๋งโดยไม่มีลางบอกเหตุอะไรเลยแม้แต่น้อย ดิฉันเองก็ไม่มีความรู้สึกผิดสังเกตเลย ท่านเป็นผู้จัดการมืออาชีพที่ดิฉันใช้ได้คล่องมือนับแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจเป็นต้นมา ท่านมีประสบการณ์ของธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งยังสามารถปรับตัวเข้ากับบริษัทที่มีระดับวัฒนธรรมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงภายในเวลา 3 เดือน และเข้าสู่ภาวะการทำงานอย่างรวดเร็ว ความเป็นมืออาชีพของท่าน เวลาประชุมทำให้บรรดาหัวหน้าร้านทั้งหมดต้องมีสภาพที่เบิ่งตาโตดูดรับได้อย่างรวดเร็วดั่งฟองน้ำ หัวหน้าร้านทั้งหลายและทีมงานแผนกอื่น ๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีท่านเข้าร่วม ภาพที่ทางบริษัทอยากให้เป็นจะปรากฏเป็นจริงได้และมีความเชื่อมั่น บัดนี้ใกล้จะถึงสิ้นปีแล้ว แผนกงานต่าง ๆ ล้วนกำลังเตรียมงบประมาณและแผนงานปี 2018 กันอย่างคึกคัก ทั้งเตรียมตัวจะทำการใหญ่ในปี 2018 นี้ แล้วท่านมาลาออกในเวลานี้ ดิฉันเข้าใจดีว่านี่เป็นเรื่องที่หนักหน่วงมาก


บรรดาปัญหาที่เกิดขึ้นล้วนเป็นปัญหาของตน อันที่จริง เป็นการร่วมมือที่ดีมาก เหตุใดจึงปรากฏสถานการณ์เช่นนี้เล่า ดิฉันต้องมีผิดอะไรที่ไหนสักแห่ง ทันใดนั้นดิฉันนึกถึงบทต้นร่างของเสี่ยวมั่นที่มอบมาให้เพื่อการแบ่งปันประสบการณ์ อักษรแต่ละประโยคทุกบรรทัดล้วนแต่ขอบคุณบริษัท แต่ความยากลำบากนั้นมองปราดเดียวก็เข้าใจได้ ความจริงดิฉันรู้สึกว่าเพื่อให้ผู้ร่วมงานประสบความสำเร็จ จึงปล่อยมือให้พวกเขาทำกันเอง แต่เนื่องจากไม่ได้ไปร่วมเตรียมงานกับพวกเขาที่ร้านศูนย์กลางของซูโจว และไม่ได้มอบเป้าหมายที่ชัดเจนแก่พวกเขา ทำให้พวกเขาต้องทำอย่างสุดกำลังตามลำพัง และการตบแต่งซ่อมแซมได้รับมลภาวะ อดหลับอดนอนและใช้แรงงานสุดขีดอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงด้านที่ดีที่สุดของบริษัทต่อหน้าประชาชนซูโจวทั้งหมด ผลที่เป็นจริงเหนือกว่าการคาดหมายของเราจริง ๆ


ในระหว่างที่ทุกคนโหมกำลังทำกันเต็มที่ แต่ดิฉันกลับสงบจิตไปศึกษาอยู่ข้างนอก ตลอดจนไม่ได้บอกกล่าวแก่ใคร การที่ดิฉันฝากฝังให้พวกเขาทั้งหมด อันที่จริง เป็นการมอบแรงกดดันแก่พวกเขาทั้งหมดด้วย ดิฉันไม่ได้ไปสัมผัสความยากลำบากของพวกเขาด้วยตนเองอย่างลึกซึ้ง หลังจากที่ดิฉันกลับถึงบ้านและเดินทางไปที่ร้าน ไม่ได้กล่าวชมเชยสักประโยค คิดแต่จะต้องเสริมให้สมบูรณ์กับสิ่งที่ยังขาดตกบกพร่อง เพื่อนร่วมงานที่ติดตามดิฉันเป็นเวลานานเข้าใจดิฉันดี พวกเขารู้ว่าดิฉันทำเพื่อทุกคนด้วยความจริงใจ ขอเพียงพวกเขามีความยากลำบากอะไรที่แก้ไขไม่ได้ ดิฉันต้องทุ่มกำลังเต็มที่ไปช่วยอย่างแน่นอน ดิฉันเป็นเพียงเส้นใหญ่เท่านั้น แต่สำหรับผู้ที่ไม่เข้าใจดิฉันย่อมเห็นแต่การขอบคุณกับความรักที่เขียนไว้ในสมุดบันทึกประจำวันเท่านั้น ซึ่งสัมผัสไม่ได้กับการกระทำอันเป็นเนื้อแท้แม้แต่น้อย ดังนั้น เมื่อดิฉันยังมิทันได้รู้สึก จิตใจของพวกเขาเหล่านี้ก็ค่อย ๆ เย็นลงแล้ว เพราะดิฉันสับเพร่าเกินไป ทำให้ความรักที่ผู้คนสัมผัสไม่ได้ไม่ใช่รักแท้ นั่นเป็นเพียงการปลอบใจตนเองเท่านั้น ขอโทษ ดิฉันผิดไปแล้ว


ดิฉันนิ่งลงเพื่อสำรวจสิ่งที่บกพร่องของตนในการนำพาทีมงาน ทันทีรู้สึกว่าตนเองเจริญพัฒนาได้ไม่น้อย และขอบคุณต่อสิ่งที่ได้ประสบเป็นอย่างมาก นี่คือโอกาสที่มากระทบให้ดิฉันเจริญพัฒนา พนักงานเป็นมูลรากของธุรกิจ แม้ว่าในส่วนลึกของจิตใจเข้าใจเหตุผลนี้ และมีความรู้สึกที่ดีตลอดมา แต่เนื่องจากความเป็นเส้นใหญ่ของตน อันที่จริง ดิฉันสื่อเชื่อมกับเพื่อนร่วมงานยังไม่ลึกซึ้งนัก ช่องทางที่ใช้สื่อเชื่อมกับเพื่อนร่วมงานยังไม่ราบรื่น มักเป็นเพราะสุดวิสัยผู้ร่วมงานจึงค่อยสะท้อนกลับเสมอมา ส่วนดิฉันเองกลับไม่ไปขุดค้นปัญหา เช่นนี้แล้วมักมีปัญหามากมายรายล้อมผู้ร่วมงานแก้ไขไม่ทัน ตลอดจนมีข้อคิดที่มีประโยชน์มากต่อการพัฒนาบริษัทต้องกลืนเข้าท้องไม่มีโอกาสเสนอ ทำให้พวกเขามีแรงกดดันมากเกินไปจนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงทั่วร่างกาย หรือมีจิตใจหนักอึ้ง หรือจึงไม่อาจแสดงความสามารถได้เต็มที่... อันที่จริง ปัญหาเหล่านี้ ขอเพียงให้ดิฉันรู้ล้วนแต่สามารถให้คำตอบหรือทิศทางได้ทันที น่าเสียดายที่ดิฉันไม่ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ให้ดี


ดิฉันได้ดำเนินการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างลึกซึ้งกับผู้ร่วมงานเป็นครั้งที่สอง ได้รู้ว่าเขามีแรงกดดันมากเกินไปจริง ๆ ที่สำคัญคือยังมีเงาทางการคิดของธุรกิจขนาดใหญ่ระดับชาติคอยก่อเหตุ เขาเข้าใจปัญหาและวิถีทางแก้ไขของบริษัทได้อย่างแจ่มชัด แต่จะทำให้เรื่องราวเหล่านี้จบลงด้วยดีสมบูรณ์มีความยากลำบาก เมื่อใช้เงินแล้ว กำลังคนยังไม่อาจก่อเกิดผลที่มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ทันทีในระยะเวลาอันสั้น แม้เขาจะรู้ว่าทางบริษัทมีอนาคตมาก แต่ส่วนลึกในใจเขาเข้าใจว่าได้ผลที่มีประโยชน์เพียงเป็นเรื่องปูพื้นฐานเท่านั้น ธุรกิจขนาดใหญ่ระดับชาติไม่เคยคิดจะทำ เพราะไม่มีผลที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจทันที ทางบริษัทจะไม่ยอมรับ ทำให้ดิฉันได้ครุ่นคิดจากมุมมองของผู้ร่วมงานว่า อันที่จริง ผู้จัดการมืออาชีพส่วนใหญ่มีความสามารถเหนือกว่าเจ้าของกิจการด้วยซ้ำ แต่เหตุใดเจ้าของกิจการยังคงเป็นเจ้าของธุรกิจเล่า จากการปะทะกับผู้ร่วมงานเราพบว่า ความจริงที่สำคัญเจ้าของธุรกิจยอมรับเรื่องหนึ่งเป็นที่แน่นอนแล้ว จะมีความกล้าและความคิดที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ที่ไม่ระย่อท้อถอย พอถึงระดับขั้น ๆ หนึ่ง ความสามารถทางธุรกิจมิใช่เป็นจุดทะลวง แต่เป็นพลังทางความคิดและปัญญา เมื่อวานนี้ดิฉันได้เห็นคุณอวี๋หมิ่นหงกล่าวถึงความแตกต่างกับแจ๊คหม่าคือ “คุณแจ๊คหม่านั้น ‘ยิ่งแพ้ยิ่งสู้ ยิ่งมีอุปสรรคยิ่งกล้า’ ดังนั้น ความต่างของมูลค่าตลาดของทั้งสองธุรกิจคือ 260,000 ล้านดอลลาร์”


การทะลวงตนเองนั้นต้องการความกล้าหาญ เพราะคนส่วนใหญ่ต่างไม่อาจรับความมืดก่อนทำลายรังไหมได้ จึงไม่อาจสัมผัสทิวทัศน์ของชีวิตที่เบ่งบานหลังทำลายรังไหม และมักมีผู้โชคดีส่วนหนึ่งที่มีความศรัทธาอันแน่วแน่ กล้าเผชิญหน้าโดยตรงกับบรรดาสิ่งที่เกิดขึ้น ก้าวรุดหน้าอย่างกล้าหาญ คู่ควรกับเยาวภาพของตน ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรก็ไม่บ่นไม่เสียใจ ประสบการณ์เช่นนี้แม้จะไม่สำเร็จ แต่ตู่ควรเล่าเรื่องให้ชนรุ่นหลังฟัง แน่นอน นี่ก็มิใช่สูตรที่ถาวร มีบางคนเกิดมาเหมาะสมและปรับตัวเข้ากับชีวิตที่สมถะได้ ไม่มีคลื่นลมจึงเป็นทิศทางที่แสวงหา สภาวะของชีวิตทุกประเภทล้วนแต่หนึ่งไม่มีสอง และคู่ควรแก่การอำนวยพร


เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดิฉันเกิดมีไฟจะช่วยเหลือคนเบื้องหน้าที่มีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง คิดจะดึงมือของฝ่ายตรงข้ามอย่างสุดจิตสุดใจ เมื่อคน ๆ นั้นไม่ยื่นมือมา ความพยายามทั้งหมดก็เหนื่อยเปล่า เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นเรื่องดี ขอเพียงเวลาที่ฉันจัดการปัญหาในใจของตนได้ทำเพื่อคุณประโยชน์ของผู้อื่นหรือไม่ ผลจะเป็นอย่างไรฉันยอมรับได้ทั้งนั้น และปล่อยวางได้ เพราะฉันยินดีแบกรับหน้าที่นี้เอง จะไม่ยอมท้อถอย ก้าวรุดหน้าไปด้วยความกล้าหาญเป็นชีวิตของฉัน ฉันมีความสุขกับชีวิตเช่นนี้


เป็นเวลาผ่านไปสามวัน ดิฉันปล่อยวางเรื่องนี้ ผู้ร่วมงานที่ลาออกยังไม่มีคำตอบว่าจะอยู่ต่อไป หลังจากพูดคุยกันสองครั้งแล้ว ครั้งที่หนึ่งกระดูกสันหลังเขาอักเสบมีน้ำขัง ครั้งที่สองโรคเก๊าต์กำเริบ ต้องเข้าโรงพยาบาลอีก ดิฉันเข้าใจดีว่าอันที่จริงใจเขาก็อึดอัดมาก ดิฉันไม่อาจไปหาเขาอีกแล้ว ดิฉันได้อำนวยพรให้เขาด้วยใจ ไม่ว่าเขาจะอยู่หรือไม่ ดิฉันขอขอบคุณเขาที่ทำให้ดิฉันตื่นรู้ เติบใหญ่และเชื่อว่า ขอเพียงดิฉันมีใจให้คุณประโยชน์แก่เขา ผลสุดท้ายใด ๆ ล้วนแต่เป็นผลที่ดี ความผิดในอดีตก็ขอให้ผ่านพ้นไป ข้อสำคัญคืออย่าให้ความผิดนี้ไปทำร้ายเพื่อนร่วมงานและบริษัทอีก ดิฉันรู้สึกว่าการศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” มิใช่ไม่ดูแลธุรกิจแล้ว “กฎธรรมชาติ ลดส่วนเกินเพิ่มส่วนขาด” ขอเพียงระดับบริหารของตนได้มีสภาวะที่ “ผู้นำที่ดี ประชาชนรู้ว่ามี” แล้วจริง ๆ จึงจะมีที่เหลือให้วางมือได้ หากตนไม่มีฝีมือถึงระดับนี้แล้วทิ้งมือ นั่นไม่สอดคล้องกับเต๋า ดิฉันจึงรีบจัดการช่องทางที่สื่อเชื่อมกับผู้ร่วมงานให้ดี อันที่จริง วิธีการนั้นง่ายดายมาก ก่อตั้งรูปแบบการแลกเปลี่ยนที่อิสรเสรีโดยกำหนดเวลาที่แน่นอน ด้วยการขยายการเดินกับหัวหน้าร้านเดือนละ 1 ครั้ง และขยายผู้ปฏิบัติงานสำรองเดือนละ 1 ครั้ง และพูดคุยอิสรเสรีกับผู้ร่วมงานในห้องทำงานเดือนละ 1 ครั้ง

ธรรมชาติรู้การลดส่วนเกินเพิ่มส่วนขาด อันที่จริงคือ การปรองดองกายใจ ครอบครัว และธุรกิจให้ดีก่อน แล้วจึงมีที่เหลือให้ปรองดองสังคมได้ จงถ่ายทอดความรักไปทั่ว จุดมุ่งหมายที่เราถ่ายทอดความรักออกไปก็คือให้ผู้อื่นปรองดองกายใจ ครอบครัว และธุรกิจ นี่จึงจะเป็นวิถีทางที่ถูกต้อง การที่คนเราเดินไปข้างหน้ายากจะเลี่ยงการเดินผิดเพี้ยนได้ การฝึกฝนหลอมหล่อท่ามกลางการทำงาน เพื่อให้เราปรับปรุงแก้ไขตนเองท่ามกลางการทำงาน คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” เป็นหนังสือชี้นำเราปรับปรุงตนเองให้ถูกต้อง


ดิฉันขอขอบคุณบรรดาไม่สบายที่ได้ประสบพบเห็น การเติบโตของบริษัท ก่อนอื่นคือการเติบโตของผู้นำ ภาระหน้าที่ของดิฉันนั้นเป็นภารกิจที่หนักหน่วงและมีระยะเวลายาวไกล การที่จะให้บริษัทเติบโตด้วยดี มีความผาสุกและพลังชีวิตมากยิ่งขึ้น เป็นภาระหน้าที่ของดิฉันเป็นอันดับแรก เมื่อไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ ผู้ร่วมงานก็เห็นด้วยที่จะอยู่ต่อไปอย่างฉับพลัน ทั้งยังแนะนำผู้นำของตนเข้าร่วมบริษัท ทำให้ดิฉันซาบซึ้งใจมาก นี่มิใช่ผลงานของดิฉัน แต่เป็นเพราะในใจของเขารักการงาน รักเพื่อนร่วมงานที่กระหายต่อการเติบใหญ่ รวมทั้งเพื่อนร่วมงานอื่น ๆ ก็รักเขา และการขึ้นต่อบริษัท ต่างมีความรักให้แก่กันจนก่อเกิดแรงประสาน แรงประสานนี้ได้ทำให้ดิฉันและโลกซาบซึ้งมาก บ่อเกิดของทุกสิ่งทุกอย่างนี้มาจากเราได้นำวัฒนธรรมเต้าเต๋อเข้าสู่ธุรกิจ ดิฉันโชคดีเช่นนี้ ตนเองผิดแล้ว สูญเสียแล้วกลับได้คืนมา ถ้าเช่นนั้น ในอนาคตจะมีแต่ขอบคุณและวิริยะก้าวหน้า

ความคิดเห็น


Dao De Xin Xi logo
เกี่ยวกับเรา

มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล เป็นองค์กรการกุศล

ได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2541

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. การสังคมสงเคราะห์

2. ส่งเสริมการบำบัดโรคต่างๆ โดยวิธีการฝึกสมาธิ

3. ร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชน

    พัฒนาคน ให้มีคุณธรรม มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น

4. ดำเนินการ เพื่อสาธารณะประโยชน์

     

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารทางอีเมล์

© 2019 by Dao De Xin Xi Thailand

bottom of page