top of page

ออกจากซอยตันของตน : ไห่อิง

  • รูปภาพนักเขียน: Daodexinxi
    Daodexinxi
  • 2 มิ.ย. 2565
  • ยาว 1 นาที


เดือนธันวาคมเป็นเดือนแห่งความสงบสุข ความสงบสุขคือ มีความปรองดองที่มั่นคง ในบทรายงานการประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งที่ 19 ท่านประธานสีได้เน้นว่าโลกต้องการความปรองดอง ตลอดจนถึงแต่ละครอบครัวล้วนแต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ปรองดองอันมั่นคง แน่นอน เราก็ต้องมีกายและใจที่ปรองดอง อันพื้นฐานแห่งความปรองดองทุกสิ่งทุกอย่างนี้ ดิฉันสัมผัสคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” เป็นเวลาใกล้ 2 ปีแล้ว เนื่องจากตนเองมีความวิริยะก้าวหน้าไม่เพียงพอ เดินๆ หยุดๆ ตลอดมา EQ ก็ค่อนข้างต่ำ วาจาเถรตรงไม่รู้จักอ้อมค้อม ทำร้ายจิตใจคนได้ง่าย ดังนั้น การปรองดองครอบครัวยังทำไม่ได้ดี ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการรับใช้ผู้คนให้ดี เรื่องนี้ดิฉันรู้สึกละอายใจเป็นที่ยิ่ง

ก่อนหน้านี้ดิฉันได้กลับไปบ้านของคุณแม่ เห็นท่านซื้ออาหารเสริมไว้มากมาย ดิฉันโกรธมาก ว่าท่านไปหลายคำ พอหันหลังกลับก็ลืมเรื่องนี้ไปหมดสิ้น แต่ตอนเย็นวันหนึ่งในเดือนกรกฎาคมปีนี้ ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวที่โทรมาจากเมืองซานย่า บอกดิฉันว่าคุณแม่มีความคิดจะหาแฟนใหม่ ฟังจากน้ำเสียงของพี่สาวรู้สึกได้ว่าเขาไม่เห็นด้วย ตอนนั้นดิฉันเดือดดาลมาก วางหูโทรศัพท์แล้วรีบหันไปทางคุณแม่ บอกท่านโดยตรงว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องปรึกษาหารือ หนูไม่เห็นด้วย” เวลานั้นในใจดิฉันคิดดังนี้ว่า

1. แม้คุณพ่อได้อำลาจากโลกไปแล้วเป็นเวลา 9 ปี แต่เนื่องจากตอนนั้นดิฉันอายุยังน้อยยังไม่ค่อยประสีประสา ในระยะที่คุณพ่อป่วยไม่อาจปรนนิบัติได้ดี ความละอายที่สำนึกบาปยังเก็บไว้ในใจตลอดมา ดังนั้น การพึ่งพาอย่างคุณพ่อที่ไม่อยากถูกรบกวน ทางด้านความเป็นพ่อลูกดิฉันไม่อาจทรยศต่อคุณพ่อได้

2. กล่าวตามเหตุผลดิฉันอยู่ข้างกายคุณแม่ คุณแม่มีความคิดอะไรควรบอกให้ดิฉันทราบ มิใช่ให้พี่สาวที่อยู่เมืองซานย่ามาถ่ายทอด จุดนี้ยังเป็นเหตุพื้นฐานที่ทำให้ดิฉันพาลโกรธเอาดื้อๆ

3. หลานสาวล้วนแต่ถึงวัยที่แต่งงานกันแล้ว ในฐานะที่เป็นคุณย่าไม่พึงมีความคิดเช่นนี้

4. ดิฉันไม่อยากพัวพันอยู่ท่ามกลางกรณีพิพาทเรื่องบ้านคุณบ้านฉันไม่รู้จักหยุดจักหย่อนในภายหลัง...

ต่อมาดูเหมือนคุณแม่อยากจะอธิบายอะไรบางอย่าง แต่ดิฉันมิได้ให้โอกาสแด่ท่าน สะบัดประตูแล้ววิ่งออกไป ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกจึงแข็งกระด้างขึ้นอีกระดับหนึ่ง ตลอดจนเราไม่ได้ติดต่อกันเป็นเวลาสองสัปดาห์ ดิฉันยังคงบ่นพึมพำในใจว่า “ขอให้ท่านจงสำรวจตนเองให้ดีสักที”

จนถึงเดือนสิงหาคมดิฉันมาถึงเมืองวัฒนธรรมเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล ท่านอาจารย์ได้อธิบายถึงเนื้อหาของ “การรับ” และ “เชื่อมกับมูลราก” ฯลฯ ให้เราเมื่อเกิดปัญหาขึ้นท่ามกลางการดำเนินชีวิตและทำงาน เรียนรู้การใช้ “การตื่นรู้” เป็นเครื่องมือมาส่องกระจก ณ เวลานั้นดิฉันตื่นตัวแล้ว อันที่จริงดิฉันมีชีวิตอยู่ในสภาพของตัวตนตลอดมา เวลาอยู่ในหน่วยงานต้องให้ดิฉันเป็นคนพูดจึงจะใช้ได้ คำพูดไม่ต้องคำนึงว่าผู้อื่นรับได้หรือไม่ อยู่ในครอบครัวก็เป็นเช่นนี้ แต่ก่อนดิฉันมักจะคิดว่าผู้อื่นเขาตั้งใจจะหาดิฉัน แต่บัดนี้ดิฉันกับคุณแม่มีสภาพเป็นเช่นนี้ ดิฉันเป็นลูกสาวคนเล็กของคุณแม่ ท่านจะไม่ต่อกรกับดิฉันแน่นอน ดิฉันรู้สึกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะตัวดิฉันเป็นมูลเหตุ

เที่ยงของวันก่อน ดิฉันตากเสื้อผ้าบนดาดฟ้าไปพลางฟังการศึกษาคัมภีร์เต้าเต๋อจิงและประยุกต์ใช้จากวีแชทไปพลาง เมื่อหัวหน้าการศึกษาท่านหนึ่งได้เล่าถึงการสำนึกบุญคุณต่อพ่อแม่และทุกสิ่งทุกอย่างในจดหมายเดือนละฉบับ เวลานั้นได้ทำให้ดิฉันตื้นตันใจมาก ดิฉันได้แอบกลับเข้าห้องไปนั่งสมาธิ เรื่องราวในอดีตได้เข้าสู่สมองของดิฉันเป็นฉากๆ ดิฉันเกิดการสำนึกบุญคุณต่อบิดามารดาขึ้นเองจากส่วนลึกของจิตใจ ขอบคุณท่านทั้งสองทุ่มเทการช่วยเหลือยามที่เราต้องการ ให้โดยไม่มีเงื่อนไข และสร้างสรรค์ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเรา... น้ำตาได้ไหลลงอาบหน้าดิฉันโดยไม่รู้ตัว ดิฉันยังได้ตื่นรู้ถึงการยืนกรานแทรกแซงคุณแม่หาแฟนใหม่อันเนื่องจากความใจแคบ เห็นแก่ตัว และยึดถือความคิดเก่า ๆ ของตน ในยามปกติเนื่องจากดิฉันละเลยการอยู่เป็นเพื่อนกับคุณแม่ แต่นักขายอาหารเสริมกระตือรือร้นคอยเอาใจใส่คุณแม่ ให้คุณแม่สำคัญว่าได้ค้นพบความอบอุ่น เป็นเหตุให้คุณแม่ซื้ออาหารเสริมไว้มากมาย... ดิฉันละอายต่อคำสั่งเสียของคุณพ่อ บัดนี้ดิฉันเข้าใจแล้ว ขอแต่ให้คุณแม่มีความเบิกบานใจก็พอ และยังต้องขอขอบคุณสามีที่ให้อภัยดิฉันโดยไร้เงื่อนไข เนื่องด้วยดิฉันกับสามีในระยะหลังนี้มีความคิดเห็นบางอย่างไม่ตรงกัน สามีจะพูดก็เกรงว่าดิฉันจะเห็นสภาพที่ไม่สบายใจอยู่ร่ำไป เป็นเพราะดิฉันทำให้เขาไม่มีความสุขมากมาย ทันใดนั้นเกิดน้ำตาไหลพรั่งพรู ดิฉันมีความรู้สึกว่าคิดตกแล้ว ในใจรู้สึกปลื้มปีติสุดเปรียบปาน ทั่วร่างกายเปี่ยมด้วยพลัง ต่อมาดิฉันจึงทราบว่าสิ่งนี้เรียกว่าธรรมปีติ แต่ก่อนได้ยินผู้อื่นพูดถึงธรรมปีติ ซึ่งดิฉันไม่เคยได้สัมผัสตลอดมา ครั้งนี้ดิฉันได้สัมผัสถึงการสำนึกบุญคุณอย่างลึกซึ้งอันเป็นต้นธารของพลังทุกสิ่งทุกอย่าง

สิ้นเดือนพฤศจิกายนเมื่อดิฉันอยู่เป็นเพื่อนคุยกับคุณแม่เรื่องสัพเพเหระ ดิฉันพูดว่า “ขอเพียงให้คุณแม่สบายใจก็พอแล้ว เรื่องอื่น ๆ ล้วนแต่ไม่สำคัญ” คืนวันก่อนคุณแม่บอกดิฉันทางโทรศัพท์ว่า ท่านคิดแล้วคิดอีกว่าความกังวลของดิฉันอาจจะถูกต้อง บัดนี้ทุกครั้งที่เสวยสุขจากสามีที่ช่วยเราเตรียมอาหารเช้า ดิฉันจะพูดว่า “ขอบคุณ” เขาจะขยี้ผมของดิฉันแล้วพูดว่า “อีโง่ เธอก็ลำบากมาก ทุกคืนต้องอดหลับอดนอนช่วยลูกสาวทำการบ้าน” ทุกครั้งเมื่อถึงเวลานี้ ดิฉันจะตื้นตันใจจนน้ำตาไหล

ดิฉันขอขอบคุณคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ที่ให้ดิฉันค้นพบปัญหาสำคัญของตน เมื่อเปลี่ยนแปลงการคิดของตนโดยออกจากซอยตัน ดิฉันยังขอขอบคุณอาสาทั้งหลายที่คอยจูงมืออย่างใกล้ชิด ให้ผู้ที่ขาดจิตใจที่ยั่งยืนอย่างดิฉันไม่เหินห่างจากเวทีที่เปี่ยมด้วยพลังเชิงบวก จึงได้ผลเก็บเกี่ยวที่น่ายินดีเช่นนี้

ขอโทษ โปรดให้อภัย ขอขอบคุณ ฉันรักคุณ

ความคิดเห็น


Dao De Xin Xi logo
เกี่ยวกับเรา

มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล เป็นองค์กรการกุศล

ได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2541

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. การสังคมสงเคราะห์

2. ส่งเสริมการบำบัดโรคต่างๆ โดยวิธีการฝึกสมาธิ

3. ร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชน

    พัฒนาคน ให้มีคุณธรรม มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น

4. ดำเนินการ เพื่อสาธารณะประโยชน์

     

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารทางอีเมล์

© 2019 by Dao De Xin Xi Thailand

bottom of page