สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 20 กันยายน 2569
🌹เมื่อภายในใจกลมกลืน จึงจะมีคุณธรรมแห่งการไม่แก่งแย่ง ท่ามกลางแสงสว่างย่อมไร้ความมืด

ต้นฉบับ “เพราะไม่ยื้อแย่งกับใคร จึงไม่มีใครชิงอยู่เหนือท่าน”
ประโยคนี้หมายความว่า ความอ่อนโยนคือพลังเต้า การไม่แก่งแย่งคือพลังคุณธรรมที่อริยบุคคลครองอยู่ สรรพสิ่งล้วนสามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงและก่อกำเนิดอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความอ่อนโยน และทุกเรื่องราวล้วนสามารถกลับคืนสู่ต้นกำเนิดได้ด้วยการไม่แก่งแย่ง คุณธรรมแห่งการไม่แก่งแย่งชิงดีเช่นนี้ จึงไม่มีผู้ใดในใต้หล้าสามารถแก่งแย่งกับเขาได้ และก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปแก่งแย่งกับเขา เพราะทุกสิ่งได้กลับคืนสู่ความเป็นระบบระเบียบเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงกล่าวว่า “เพราะไม่ยื้อแย่งกับใคร จึงไม่มีใครชิงอยู่เหนือท่าน”
ประการที่ 1. “ไม่ยื้อแย่ง” คือการคืนดีกับตนเอง
สิ่งที่สิ้นเปลืองพลังชีวิตมากที่สุดไม่ใช่โลกภายนอก แต่คือการต่อสู้ขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในใจตนการฟาดฟันต่อสู้ทั้งหลาย แท้จริงแล้วคือการที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนภายในตน การฝึกฝนหลอมหล่อไม่ใช่การมุ่งแสวงหาความสมบูรณ์แบบ แต่คือการฝึกให้ยอมรับปัจจุบันขณะ เมื่อยอมรับได้ ใจก็จะผ่อนคลายลง โลกนี้มีแรงพยุงอยู่ เพียงเราผ่อนคลาย ก็จะได้รับการโอบอุ้มและพยุงขึ้น หากสามารถคืนดีกับตนเองได้ในปัจจุบันขณะ ก็สามารถเข้าถึงและดำรงอยู่ในเต้า ณ ปัจจุบันขณะนั้นเอง ผู้ที่ภายในใจกลมกลืน ย่อมไม่เกิดจิตที่คิดแก่งแย่งต่อสู้ เพราะในแสงสว่างย่อมไร้ความมืด
ประการที่ 2. “ไม่ยื้อแย่ง” คือการน้อมรับต่อกฎแห่งธรรมชาติ
กล้ายอมรับว่าตนเองยังทำไม่ได้ กล้ากระทำโดยไม่ถามหาสิ่งตอบแทน กล้าวางทุกอย่างให้กลับสู่ศูนย์แล้วเริ่มต้นใหม่ แม้กระทั่งกล้ายอมให้ตนเองรู้สึกหวาดกลัวพร้อมทั้งยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างกล้าหาญ นี่คือการยอมรับความไม่เที่ยง “ความไม่เที่ยง” หมายถึงเคราะห์และโชคย่อมอิงอาศัยกันอยู่เสมอ หยินและหยางหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนไม่สิ้นสุด ฉะนั้น ไม่มีผู้ใดมีแต่ขึ้นโดยไม่มีวันลง เมื่อสามารถน้อมรับต่อกฎเกณฑ์นี้ ก็จะไม่คอยกังวลกับผลได้ผลเสีย เมื่อมีสภาวะจิตเช่นนี้ จึงจะครองคุณธรรมแห่งการไม่แก่งแย่งได้
“การไม่ยื้อแย่ง” คือปัญญาที่ทำลายความลุ่มหลงในสิ่งลวงตา แต่มีเพียงเมื่อได้พิสูจน์และประจักษ์ด้วยตนเองแล้ว จึงจะเกิดความเชื่อมั่นอย่างไม่สงสัย เมื่อไม่ยื้อแย่งแล้วก็จะค้นพบว่า สภาพความเป็นจริงนั้นอ่อนโยนกว่าที่เราเคยจินตนาการไว้มาก แท้จริงแล้ว โลกเปรียบเสมือนกระจกบานหนึ่ง หากผู้ที่ยืนอยู่หน้ากระจกมีความอ่อนโยนและไม่แก่งแย่ง โลกก็จะไม่แก่งแย่งกับเขาเช่นกัน
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง 20 กันยายน 2569 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น