สำเนาของ อรุณสวัสดิ์ “เต้าเต๋อจิง”เผยแพร่วันที่ 16 กันยายน 2569
🌹วาง “ตัวฉัน” ลง พลังที่แท้จริงจึงจะปรากฏ
ไม่ยึดติดในความคิดเห็นของตนเอง จึงเกิดความกระจ่างและโปร่งใส

ต้นฉบับ “ไม่คิดว่าตนรู้ จึงกระจ่าง”
ประโยคนี้หมายความว่า เต้ายิ่งใหญ่ไร้นาม อริยบุคคลกระทำโดยไม่ทิ้งร่องรอย ทุกสิ่งดำรงอยู่ด้วยสภาวะ “ไร้อัตตา” จึงสงบนิ่งแต่ไม่โดดเด่น พลังเช่นนี้ที่สามารถนำพาสรรพสิ่งให้ก้าวไปสู่แสงสว่าง และค่อยๆ กลับคืนสู่หนทางที่ถูกต้อง หากผู้คนทั้งหลายไม่โอ้อวดความสามารถของตน รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและดำเนินไปตามกระแสโน้มนำ กมลสันดานที่เคยยึดติดก็จะค่อยๆ ลดลง คุณธรรมในตัวเขาจะค่อยๆ เพิ่มพูน และปัญญาก็จะค่อยๆ ปรากฎ นี่คือความหมายของ “ไม่คิดว่าตนรู้ จึงกระจ่าง”
คำว่า “กระจ่าง” หมายถึง ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ย่อมส่องสว่างอยู่กลางนภาเสมอ ดังนั้น ทั่วหล้าก็ยังสว่างไสวและกระจ่างชัดอยู่ตลอดเวลา หากนำมาใช้ในการฝึกฝนบำเพ็ญตน ก็จะเข้าใจชีวิตอย่างถ่องแท้ เข้าใจกฎแห่งกรรมอย่างแตกฉาน และเข้าใจกฎธรรมชาติอย่างถึงที่สุด เมื่อแสงแห่งจิตสาดส่องไปที่ใด ทุกสิ่งก็จะกระจ่างแจ้งอย่างสิ้นเชิง บทที่ 33 กล่าวว่า “ผู้รู้จักผู้อื่นจึงมีปัญญา ผู้รู้จักตนเองจึงล้ำเลิศ (กระจ่างชัด)” ซึ่งกล่าวถึงสภาวะเช่นนี้เอง
“ความกระจ่าง” คือปัญญาแห่งฟ้าดิน ปัญญาเช่นนี้ไม่สามารถถ่ายทอดให้กันได้ มีเพียงเมื่อยกระดับจิตให้สูงขึ้นเท่านั้น สภาวะนั้นจึงจะย้อนกลับมาเกื้อหนุนตัวเราเอง หากต้องการเข้าถึง “ความกระจ่าง” มนุษย์ต้องไม่ยึดติดใน “ตัวฉัน” มิฉะนั้นก็จะเป็นดั่งสุภาษิตที่ว่า “ใบไม้เพียงใบเดียวบังตา จนมองไม่เห็นภูผาสูงเสียดฟ้า” ยิ่งยึดติดใน “ตัวฉัน” มากเท่าไร ก็ยิ่งยึดมั่นถือมั่นในความคิดเห็นของตนมากเท่านั้น คิดเสมอว่าตนได้ครอบครองความจริงอยู่ในมือ จึงชอบแสดงความเหนือชั้น ยื้อแย่งเพื่อเอาชนะ และไม่ยอมอ่อนน้อมต่อกฎธรรมชาติ ทั้งหมดนี้เกิดจาก “ความมืดบอด” ที่อยู่ในใจ “ความมืดบอด” ไม่ได้หมายถึงความโง่เขลา แต่หมายถึงการไม่รู้ว่าตนเองยังมีสิ่งที่ไม่รู้อีกมาก จึงถูกจองจำอยู่ในกรอบความคิดและความรู้แคบๆ ของตนเอง
บทที่ 72 กล่าวว่า “อริยบุคคลรู้ชัดแจ้ง แต่ไม่โอ้อวด” เราควรสร้างนิสัยแห่งการหวนกลับมาสังเกตภายในตน จึงจะสามารถมองเห็นตัวเองได้อย่างแท้จริง เมื่อสามารถปัดความวุ่นวายที่เกิดจากข้อพิพาทออกไป ก็จะไม่ถูกเผาผลาญด้วยความทุกข์ทรมานอีก หากสามารถขจัดจิตที่คับแคบและความเห็นแก่ตัวออกไปได้ เบื้องหน้าก็จะเต็มไปด้วยความปลอดโปร่งและกระจ่างใส ดุจสายลมสดชื่นใต้ฟ้าใส ดวงจันทร์กระจ่างหลังฝนผ่านอยู่เสมอ เมื่อคนคนหนึ่งก้าวพ้นอคติ ก็จะสามารถใช้มุมมองแห่งเต้าในการเข้าใจหลักการของสรรพสิ่ง และมองเห็นความจริงของฟ้าดิน นี่คือความสัมพันธ์ระหว่าง “ไม่คิดว่าตนรู้” กับ “จึงกระจ่าง”
อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ อรุณสวัสดิ์เต้าเต๋อจิง 16 กันยายน 2569 🌹🌹🌹




ความคิดเห็น